2008/Aug/12

Part 18

 

ร่างบางถูกนำตัวเข้ารับการตรวจรักษาจากมาดามพรอมฟรีย์ทันทีเมื่อเดรโกพาแฮร์รี่มาถึงฮอกวอตส์  ประตูบานใหญ่ของห้องพยาบาลปิดสนิท พร้อมกับการร่ายคาถากันการเข้าไปรบกวนจากร่างสูงที่เดินกระวนกระวายอยู่ด้านนอก หมอประจำตระกูลถูกเรียกตัวมาอย่างกะทันหันเพื่อคอยช่วยเหลือและให้การรักษาแก่แฮร์รี่อีกแรง ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนรัก มันทำให้หัวใจของร่างสูงเต้นรัวด้วยความว้าวุ่น จนในที่สุดเสียงร้องของแฮร์รี่ก็เงียบหายเมื่อประตูห้องพยาบาลปิดลง


เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ทุกนาทีที่ต้องเฝ้ารอมันคือนาทีแห่งความทรมานอย่างที่สุด บ่อยครั้งที่การรอคอยอันยาวนานเกือบจะทำให้คุณชายมัลฟอยแทบคลั่ง เดรโกไม่รู้ว่าแฮร์รี่กับลูกจะปลอดภัยหรือไม่ ไม่มีเสียงใดหลุดลอดออกมาจากประตูบานนั้นให้ได้ยิน จากใจที่ร้อนรุ่มกลับกลายเป็นเย็นลงและปะทุขึ้นมาใหม่ มีช่วงเวลาหนึ่งที่ประตูห้องพยาบาลเกือบจะพังพินาศด้วยน้ำมือของร่างสูง หากแต่มีเสียงของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ดังขึ้นเสียก่อน


“คุณมัลฟอยถึงเธอจะทำลายประตูบานนั้น มันก็ไม่ช่วยให้การตรวจรักษาของมาดามพรอมฟรีย์และหมอประจำตระกูลของเธอรวดเร็วขึ้นมาได้หรอก”


“ศาสตราจารย์...”


“วางใจเถอะคุณมัลฟอย ยังไงแฮร์รี่กับลูกของเธอจะต้องปลอดภัย” ฝ่ามืออุ่นแตะลงบนบ่ากว้างของลูกศิษย์เพื่อเตือนสติให้พยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง


“คนของภาคีรายงานมาว่าตอนนี้เราสามารถจับกุมผู้เสพความตายทั้งหมดเอาไว้ได้แล้ว รวมถึงคุณฟอนเทียร์ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด อีกสักเดี๋ยวคนของเธอก็คงจะมารายงานเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง...อ่อ...มาพอดีเลย”


เดรโกหันไปมองพ่อบ้านอลันที่กำลังเดินมาหาเขาด้วยความเร่งรีบ ชายวัยกลางคนทำความเคารพอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ก่อนจะหันไปโค้งให้กับนายของตน


“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน ผู้เสพความตายทั้งหมดถูกมือปราบมารเข้าจับกุมได้หมดแล้ว ส่วนคนของเราเพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น การต่อสู้ครั้งนี้ไม่หนักหนาเหมือนเมื่อครั้งก่อนเพราะการให้ความร่วมมือที่ดีของทุกฝ่าย” รีบรายงานผลการต่อสู้ทั้งหมด พลางหันไปมองทางประตูของห้องพยาบาล


“เอ่อ...แล้วนายหญิง”


“ยังไม่มีใครออกมาบอกอะไรทั้งสิ้น...อลัน” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างหงุดหงิด


“ท่านศาสตราจารย์ใหญ่ครับคนของกระทรวงต้องการจะปรึกษากับท่านเรื่องของเด็กที่ชื่อคาธรีน่า ฟอนเทียร์ เพราะยังไงเธอก็ยังเป็นนักเรียนของฮอกวอตส์ เลยต้องเชิญท่านไปเพื่อหารือข้อยุติในเรื่องนี้”


“ขอบใจมากอลัน คุณมัลฟอยเห็นทีฉันคงต้องไปก่อน ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกยังไงมาดามพรอมฟรีย์ต้องหาทางช่วยแฮร์รี่กับลูกของเธอเอาไว้ได้”


“ขอบคุณครับศาสตราจารย์” กล่าวขอบคุณชายชราที่ช่วยเตือนสติให้เขาใจเย็นลงให้มากกว่านี้


ดวงตาสีเทาเฝ้ามองร่างของอาจารย์ใหญ่จนหายลับไปตรงสุดระเบียงทางเดินแล้วจึงหันกลับมองบานประตูที่ยังคงปิดสนิทอยู่เช่นเคย บรรยากาศภายนอกเงียบงันไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย เดรโกยังคงเดินวนไปวนมาอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ว่าอากาศในตอนนี้จะหนาวแต่ร่างสูงกลับไม่รู้สึกไปกับความหนาวเย็นนั้นเลย ในใจมันร้อนรุ่มและว้าวุ่นอย่างที่สุด เขาได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะมีใครสักคนออกมาบอกว่าแฮร์รี่และลูกของเขาปลอดภัย


“นายท่านไปพักก่อนไหมครับ ส่วนทางนี้กระผมจะอยู่เฝ้าให้เอง” เสียงของอลันกล่าวทำลายความเงียบ


“ไม่ต้อง! เวลาแบบนี้ยังจะให้ฉันทิ้งแฮร์รี่ไปได้ยังไง”


“แต่...”


เสียงฝีเท้าของบุคคลเพิ่งมาใหม่ดังขึ้นหันเหความสนใจของคนทั้งคู่ไปยังด้านหน้าประตูทางเข้าของห้องพยาบาล


“มัลฟอย...ฮะ...แฮร์รี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า” เสียงของเด็กสาวผมฟูดังขึ้น ทำให้คุณพ่อบ้านต้องเงียบเสียงลงอีกครั้ง


“นั่นสิตอนนี้อาการของแฮร์รี่เป็นยังไงบ้าง พอพ่อส่งข่าวมาบอก ฉันก็รีบตามมาที่นี่เลย” รอนถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเดรโกยังคงไม่ตอบอะไร


“ฉัน...”


“คุณมัลฟอยตามฉันเข้ามาในห้อง” ประตูบานกว้างเปิดออกพร้อมกับเสียงของมาดามพรอมฟรีย์ที่ดังลอดออกมา
เดรโกรีบเข้าไปในห้องพยาบาลทันทีโดยปล่อยให้บุคคลที่เหลือยืนคอยอยู่หน้าห้อง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปหาร่างเล็กบนเตียงสีขาวด้านใน อาจารย์ประจำห้องพยาบาลและหมอประจำตระกูลยืนรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของทั้งสองไม่ค่อยจะสู้ดีนัก  เดรโกนั่งลงข้างๆ ร่างของคนรักมือแกร่งจับมือของอีกฝ่ายมากุมเอาไว้ ดวงตาคมเฝ้ามองใบหน้าหวานที่ยังคงไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยแต้มด้วยสีชมพูกลับซีดขาว


แฮร์รี่นอนหลับไม่ได้สติโดยมีผ้าห่มผืนหนาถูกคลุมทับทั่วร่าง เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นจากผิวเนื้อ มันเป็นความเย็นที่ผิดปกติไปจากอุณหภูมิทั่วไปจากร่างกาย คุณชายมัลฟอยเงยหน้าขึ้นมองคนของตนอย่างต้องการคำตอบ  แต่ก่อนที่หมอประจำตระกูลจะเอ่ยปากก็ถูกมาดามพรอมฟรีย์ขัดขึ้นเสียก่อน


“คุณหมอคะ เรื่องนี้ฉันขออธิบายให้คุณมัลฟอยฟังได้มั้ย”


เมื่ออีกฝ่ายขอร้องเขาจึงพยักหน้ารับ และยกหน้าที่นี้ให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ


“ก่อนอื่นฉันขอให้เธอสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงก่อน สิ่งที่ฉันจะพูดมันสำคัญมากถ้าหากเธอปฏิบัติไม่ได้อย่างที่ฉันบอก ชีวิตของคุณพอตเตอร์และเด็กในท้องอาจมีอันตรายได้” กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งไม่ผิดไปจากสีหน้าที่แสดงออกอยู่ในตอนนี้เลย


“ครับ...มาดาม” เดรโกรับคำอย่างเข้าใจและเตรียมตั้งใจฟังอย่างที่คนตรงหน้าได้เตือนเอาไว้


“จากการที่ฉันและคุณหมอท่านนี้ได้ตรวจร่างกายของคุณพอตเตอร์แล้ว เราพบว่าพลังเวทย์บางส่วนนั้นลดลงจนน่าเป็นห่วง หากไม่ได้รับการพักฟื้นอย่างเพียงพอคุณพอตเตอร์อาจจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้อีกต่อไป”


“อะไรนะ! ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ ...ทำไมถึงเป็นแบบนี้!” เสียงทุ้มพูดสวนขึ้นทันที


“ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่านายหญิงใช้พลังเกินกำลังที่มี มันเหมือนเป็นการฝืนร่างกายมากเกินไป แต่เรื่องนี้ผมคิดว่ายังไงนายหญิงต้องกลับมาใช้เวทมนตร์ได้ดังเดิม เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ...เอ่อ...”


“อะไร! มันคืออะไร? บอกมาให้หมดห้ามปิดบังฉัน ว่ายังไงหมอ!!” เสียงทุ้มตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด แค่เขารู้ว่าแฮร์รี่อาจใช้เวทมนตร์ไม่ได้อีกแค่นี้มันก็มากเกินที่จะรับฟัง แล้วนี่เขายังต้องรับรู้อะไรที่มันเลวร้ายกว่านี้อีกหรือไง


“ใจเย็นๆ ก่อนคุณมัลฟอย ตอนนี้ยังไงคุณพอตเตอร์ก็ปลอดภัยแล้วเพียงแต่ว่าเราคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วง 2 เดือน ผลจากคาถาที่เราตรวจพบมันรุนแรงพอที่จะกระทบไปถึงเด็กในท้องได้ในระดับหนึ่ง แต่โชคยังดีพลังในส่วนที่คอยเป็นเกราะป้องกันให้แก่เด็กสามารถทำหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เพียงแต่คำสาปกรีดแทงที่คุณพอตเตอร์ได้รับมันมีความรุนแรงมากกว่าปกติ”


“ตกลงลูกฉันปลอดภัยหรือเปล่า ตอบคำถามของฉันเดี๋ยวนี้!” ตาคมจ้องมองไปยังหมอประจำตระกูล จนคนถูกมองถึงกับทำอะไรไม่ถูก


“เอ่อ...นะ...นายน้อยยังปลอดภัยครับ เพียงแต่คงต้องระวังไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้นเราคงต้องเสียนายน้อยไป”


“ไม่! ลูกของฉันจะต้องไม่เป็นอะไร มาดามครับผมขอให้คุณช่วยเขียนใบอนุญาตให้แฮร์รี่หยุดพักรักษาตัวได้ไหมครับ จะนานเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความเห็นของคุณ” เดรโกเอ่ยปากขอร้องมาดามพรอมฟรีย์อย่างที่เขาไม่เคยต้องขอร้องใครมาก่อน แต่เพื่อร่างบางแล้วเขาสามารถทำให้ได้ทุกอย่างเพื่อให้คนที่เขารักปลอดภัย


“แฮร์รี่จะกลับไปรักษาตัวที่คฤหาสน์มัลฟอย หมอและผู้ช่วยจะต้องอยู่ดูแลตลอดเวลาที่แฮร์รี่อยู่ที่นั่น”  หันไปสั่งกำชับกับคนของตน โดยที่อีกฝ่ายก็รับคำแต่โดยดี

 

************************************

 

หลังจากที่ได้รับฟังอาการทั้งหมดของแฮร์รี่แล้ว เดรโกก็ตัดสินใจว่าเมื่อร่างบางรู้สึกตัวเมื่อไหร่เขาจะพาแฮร์รี่กลับไปยังคฤหาสน์ทันที มาดามพรอมฟรีย์เขียนจดหมายชี้แจงไปทางอาจารย์ใหญ่เรื่องการพักรักษาตัวของแฮร์รี่ ซึ่งระยะเวลาที่ระบุไปนั้นกินเวลาทั้งหมด 3 อาทิตย์ และเมื่อแฮร์รี่กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้งก็จะถึงฤดูแห่งการสอบ ส.พ.บ.ส พอดี เดรโกไม่อยากปล่อยให้คนรักต้องอยู่คนเดียวที่คฤหาสน์แม้ว่าจะมีคนดูแลมากแค่ไหนแต่ร่างสูงก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี


ร่างบนเตียงยังคงนอนหลับไม่ได้สติ บ่อยครั้งที่เสียงครางด้วยความเจ็บดังลอดออกมาให้ได้ยินจนเดรโกต้องผวาเข้าหาร่างเล็กทุกครั้งด้วยความเป็นห่วง เขายังไม่อยากวางใจกับอาการของคนรักมากนักถึงจะได้รับการยืนยันว่าตอนนี้แฮร์รี่ปลอดภัยแล้วก็ตาม รอนและเฮอร์ไมโอนี่เข้ามาเยี่ยมแฮร์รี่ในเวลาต่อมา ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กสาวแดงก่ำเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนรัก จนรอนต้องกอดปลอบอยู่นานกว่าเธอจะยอมหยุดร้องไห้ ความรู้สึกของคุณชายมัลฟอยที่มีต่อคนที่ตัวเองเคยเรียกว่าเจ้ายาจกและเลือดสีโคลนเริ่มเปลี่ยนไป เขาเปิดใจยอมรับสองคนนี้มากขึ้นมากกว่าแต่ก่อนอาจเป็นเพราะรอนและเฮอร์ไมโอนี่คอยให้ความช่วยเหลือและเป็นห่วงคนรักของเขาอย่างแท้จริง


“มัลฟอยเธอไปพักก่อนมั้ย ทางนี้ฉันอยู่ดูแลให้เอง” เสียงใสเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ามีท่าทีอิดโรยเต็มที


“แต่...” ร่างสูงจะปฏิเสธ แต่เมื่อเจอกับสายตาห่วงใยของเด็กสาวทำให้เขาต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้


“ฝากดูแลแฮร์รี่ด้วยนะ เกรนเจอร์” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของผู้พูด มันเป็นยิ้มที่ออกมาจากใจที่ไม่มีการดูถูกหรือเย้ยหยันอย่างเช่นทุกครั้ง


“อื้อ...ฉันกับรอนจะดูแลแฮร์รี่ให้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” มือเล็กยกขึ้นเหมือนเป็นการรับรองในสิ่งที่พูด


“ขอบใจเธอมากเกรนเจอร์ นายด้วยวีสลีย์” กล่าวขอบใจทั้งสองก่อนจะกลับไปยังห้องของตน

 

************************************

 

 สามวันผ่านไปแฮร์รี่ก็ยังคงไม่รู้สึกตัวจนเดรโกเริ่มวิตกกังวล ตลอดเวลาที่ร่างบางนอนหลับเขาแทบจะไม่ขยับกายไปไหน ถึงแม้ทั้งมาดามพรอมฟรีย์และหมอประจำตระกูลจะพร่ำบอกอยู่เสมอว่าการที่แฮร์รี่หลับไปแบบนี้เป็นเพราะร่างกายต้องการพักฟื้น และเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอเมื่อนั้นแฮร์รี่ถึงจะลืมตาตื่นขึ้นมา


ดวงตาคมเฝ้ามองร่างบางอย่างห่วงใย มือแกร่งเกาะกุมมือเล็กของคนรักเอาไว้ไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างเลื่อนไปเกลี่ยปอยผมสีดำสนิทที่ลงมาปรกใบหน้าเนียน แก้มใสเริ่มมีสีมากขึ้นกว่าเมื่อวาน อย่างน้อยแฮร์รี่และลูกของเขาก็ปลอดภัยแล้ว แต่ถึงอย่างไรเดรโกก็ยังไม่อยากทิ้งร่างบางให้อยู่คนเดียว เขาได้แต่เฝ้ารอเวลาที่คนรักจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตลอดสามวันที่ผ่านมามันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมานจิตใจของเขาเป็นที่สุด เดรโกไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าเขาจะรู้สึกรักและเป็นห่วงใครได้มากขนาดนี้ ยิ่งเป็นคนตรงหน้าด้วยแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่แล้วคำทำนายของหญิงประหลาดก็หวนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง


“เชื่อในพรหมลิขิตเหรอ...หึหึ...ก็คงต้องเชื่อล่ะนะ ก็นายทำให้ฉันหลงรักได้ขนาดนี้แล้วนิแฮร์รี่” บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเลื่อนฝ่ามือเล็กมาแนบที่แก้มของตน


“แฮร์รี่เมื่อไหร่นายจะลืมตาขึ้นมามองฉัน อีกนานแค่ไหนฉันถึงจะได้เห็นดวงตาสีเขียวใสของนาย ลุกขึ้นมาพูดกับฉันสิ!! ต่อว่าฉัน!! อ้อนฉันเหมือนทุกที!!” ริมฝีปากประทับจุมพิตลงกลางฝ่ามือเล็กอย่างหวงแหน “ได้โปรดเถอะแฮร์รี่... ลืมตาขึ้นมามองฉันสักที...” เสียงทุ้มมีแววร้านราน ไม่ว่าเขาจะขอร้องหรืออ้อนวอนยังไงร่างบางก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาสักนิด ร่างสูงได้แต่นั่งทอดถอนใจต่อไปรอคอยเวลาที่เปลือกตาบางของคนรักจะลืมขึ้นมองหน้าเขาอีกครั้ง


 กลางดึกในคืนนั้นเองร่างเล็กบนเตียงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราแสนยาวนาน แฮร์รี่รู้สึกกระหายน้ำเป็นอย่างมากภายในลำคอแห้งผากจนแสบร้าวไปหมด ร่างบางยันกายหมายจะลุกขึ้นแต่กำลังของเขาในตอนนี้มันแทบไม่มีหลงเหลืออยู่เลย ด้วยความที่กระหายทำให้เด็กหนุ่มแข็งใจพยายามที่จะลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ความเจ็บที่ช่วงท้องยังคงอยู่และรวมไปถึงส่วนอื่นๆ ตามร่างกาย


“โอ๊ย!!” แฮร์รี่ร้องออกมารู้สึกได้ถึงความเจ็บเสียดภายในท้องของตน เป็นจังหวะเดียวกับที่เดรโกเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี


“แฮร์รี่เป็นอะไร?! เจ็บตรงไหนรึเปล่า?” เดรโกรีบเข้าไปประคองร่างบาง ร้องถามอย่างร้อนรน


“เจ็บ! ...ฉันเจ็บเดรโก” น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ พยายามตอบคนรักด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง


“นายต้องนอนพักมากๆ นะ ห้ามเคลื่อนไหว แล้วลุกขึ้นมาทำไมแฮร์รี่ อยากได้อะไรเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังมองหาอะไรสักอย่าง


“นะ..น้ำ ฉันหิวน้ำ...”


มือแกร่งฉวยเอาแก้วน้ำมาไว้ในมือก่อนจะป้อนร่างบางด้วยความระมัดระวัง แฮร์รี่ดื่มน้ำรวดเดียวจนหมดสายน้ำเย็นไหลผ่านลำคอทำให้ความชุ่มชื้นกลับมาอีกครั้ง


“ลูก!...ลูกล่ะเดรโก เขายังอยู่หรือเปล่า?!” รีบถามร่างสูงด้วยความร้อนรน พลางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น


“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก ลูกของเรายังปลอดภัยดี แต่นายต้องพักผ่อนให้มากๆ ห้ามเคลื่อนไหวร่างกายมากนัก ไม่อย่างนั้น...”


“ไม่อย่างนั้นทำไมเดรโก บะ...บอกฉันมาให้หมดนะ!” เสียงหวานสั่นเครือ ภายในใจเริ่มวิตกกังวลห่วงความปลอดภัยของชีวิตเล็กๆ ในท้องตน


“ผลกระทบจากคำสาปทำให้พลังเวทย์ของนายลดลงไปมาก แล้วยังได้รับกระทบกระเทือนจากคำสาปกรีดแทง...” เดรโกนิ่งไปชั่วครู่เพื่อดูปฏิกิริยาของคนรัก “ดังนั้นนายต้องพักผ่อนมากๆ ห้ามได้รับความกระทบกระเทือนอีก ถ้าเรา... ถ้าเราไม่อยากเสียลูกไป”


ทันทีที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากปากของร่างสูง หยาดน้ำตาก็เอ่อคลอดวงตาสวย สองมือยกขึ้นปิดหน้าปล่อยน้ำตาให้ไหลริน ร่างบางรู้มาตลอดว่าการใช้เวทมนต์จนเกินกำลัง อาจทำให้เกิดอันตรายกับลูกในท้องได้


ทั้งๆ ที่รู้ แต่ความจำเป็นในตอนนั้นทำให้ไม่มีทางเลือก หากไม่สู้เขากับลูกก็คงต้องตาย แม้ว่าการตัดสินใจแบบนั้นมันอาจเกิดผลกระทบกับลูกไม่มากก็น้อย หากเพื่อรักษาชีวิตเล็กๆ นี้ไว้ไม่ว่าจะให้เขาทำยังไงหรือต่อให้ตัวเองต้องทรมานแค่ไหน เขาก็จะทำ แต่ถ้าหากเขาไม่วู่วามออกไปตามที่จดหมายบอกไว้โดยไม่คิดให้ดีก่อน ไม่รีบร้อนที่จะออกไปหาเดรโกจนพาตัวเองเข้าไปติดกับที่ผู้หญิงคนนั้นวางแผนเอาไว้ ร่างงบางก็คงไม่ต้องเกือบสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดยิ่งกว่าชีวิตของตนดังเช่นตอนนี้


“...”


“เป็นอะไรไปแฮร์รี่” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อเห็นร่างบางก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดจา


แฮร์รี่ยังคงนั่งเงียบริมฝีปากบางไม่ยอมพูดอะไรออกมาทั้งนั้น แค่เพียงชั่วครู่ร่างเล็กก็เริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่จนเดรโกต้องรีบเข้าไประชิด นิ้วเรียวเชยคางมนให้มองสบตา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นและไหลรินอาบแก้มใสในเวลาต่อมาจนร่างสูงถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าทำไมแฮร์รี่ถึงร้องไห้หรือว่าร่างบางจะเจ็บตรงไหน จึงรีบถามอย่างร้อนรน


“เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไมแฮร์รี่ ระ...หรือว่านายเจ็บตรงไหน?...”


“ฉะ...ฉัน..ฮึก...ฉันขอโทษ” ริมฝีปากบางเอ่ยอย่างแผ่วเบา


“ขอโทษ?...ขอโทษเรื่องอะไรแฮร์รี่” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสงสัยในคำพูดของคนรัก


“เพราะ...เพราะฉัน..ถึงทำให้ลูกได้รับอันตราย ฉะ...ฉัน...ฮึก..ใช้เวทมนตร์เกินกำลัง ทำให้ ละ...ลูก..ฮึกก! พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย” ร่างกายสั่นระริกสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนัก


ร่างสูงรีบกอดปลอบคนรักอย่างอ่อนโยน ปากได้รูปพรมจูบไปทั่วดวงหน้า จูบซับน้ำตาที่รินไหล ฝ่ามืออุ่นลูบไล้เรือนผมเฝ้าปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง แฮร์รี่ซุกกายเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่น แขนแข็งแรงโอบประคองร่างเล็กเอาไว้ด้วยความหวงแหน เสียงทุ้มกระซิบข้างหูให้คลายความกังวล


“มันไม่ใช่ความผิดของนายเลย นายไม่ควรโทษตัวเองนะแฮร์รี่ ลูกของเราปลอดภัยแล้ว ขอแค่ให้นายทำตามที่มาดามพรอมฟรีย์บอกเท่านี้ลูกของเราก็จะยังคงอยู่กับเราต่อไป”


“ฉันรู้เดรโก ฉันรู้ว่าแกต้องไม่เป็นไร แต่ฉันก็ยังไม่มั่นใจ ฉันรู้ตัวดีว่าพลังของฉันมันหมดไปแล้ว ทุกครั้งที่ฉันขยับตัวมันเหมือนมีของแหลมคมมาทิ่มแทง ฉันรับรู้ได้ถึงความทรมานของลูกในเวลาที่ฉันจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์”


“ฉะ...ฉันกลัวเดรโก...ฉันกลัวว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาฉันจะพบกับการสูญเสีย ตอนที่ฉันติดอยู่ในป่าความหนาวเย็นมันเสียดแทงเข้าไปในร่างกาย ความหวาดกลัว ความกังวลและอ้างว้างมันโหมกระหน่ำเข้ามาในเวลาเดียวกัน ฉันกลัวว่าหากนายมาช่วยฉันพวกผู้เสพความตายต้องไม่ยอมปล่อยให้นายรอดชีวิตกลับไปแน่ ฉะ...ฉัน..ฮึก..ถึงได้พยายามหาทางหนี ตะ...แต่มัน...อึก...มันไม่ง่ายเลย ฮืออ!!...เดรโกฉันกลัว” ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น สองแขนเล็กกอดร่างสูงไม่ยอมปล่อย ร่างกายสะท้านไหวไปตามแรงสะอื้น คุณชายมัลฟอยได้แต่กอดปลอบคนรัก ถึงแม้ว่าเขายังสงสัยในคำพูดของร่างบาง แต่มันคงไม่เหมาะที่จะคาดคั้นเอากับแฮร์รี่ตอนนี้


“มาร์ค! แล้วมาร์คล่ะ ขะ...เขาเป็นยังไงบ้าง เขาตายแล้วใช่มั้ย มะ...เหมือนกับที่เซดริกต้องตายเพราะฉัน เขาตายต่อหน้าฉันโดยที่ฉันไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ฮืออ!!...ทำไมล่ะเดรโกทุกคนที่อยู่รอบตัวฉันต้องตายจากฉันไปกันหมด ฉันไม่เข้าใจ”


“เวลสันไม่ได้ตายเพราะนายนะแฮร์รี่ถ้ามันไม่ให้ความร่วมมือกับฟอนเทียร์ พานายไปยังบ้านร้างทั้งนายแล้วก็เวลสันจะไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เลย เรื่องของเซดริกมันก็ผ่านมานานแล้วทำไมนายต้องเก็บมากังวล คิดโทษตัวเองอยู่แบบนี้ล่ะที่รัก”


“ตอนนี้นายไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ผู้เสพความตายทั้งหมดถูกจับหมดแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีใครมาทำอะไรนายกับลูกได้อีก นอนพักนะที่รัก...พรุ่งนี้ฉันจะพานายกลับคฤหาสน์ดัมเบิลดอร์อนุญาตให้นายพักฟื้นได้ 3 อาทิตย์ ไม่ต้องพูดแล้วแฮร์รี่ นายควรจะพักได้แล้ว” ริมฝีปากได้รูปโน้มลงจุมพิตหน้าผากมน เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

 

************************************

 

ตลอดเวลาสามอาทิตย์ที่แฮร์รี่พักอยู่ที่คฤหาสน์มัลฟอย เดรโกแทบจะไม่ให้แฮร์รี่เดินไปไหนและไม่ยอมให้หยิบจับอะไรเองเด็ดขาดแม้แต่จะอุ้มเจ้าแมวตัวโปรดก็ไม่ได้ จนบางครั้งร่างบางรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะตัวแฮร์รี่เองก็รู้ว่าเดรโกเป็นห่วงเขากับลูกมากแค่ไหน แฮร์รี่เลยได้แต่ทำตามความต้องการของคนรัก ทุกวันหยุดรอนและเฮอร์ไมโอนี่มักจะมาอยู่เป็นเพื่อนเขาที่คฤหาสน์ และทุกครั้งเฮอร์ไมโอนี่จะเอาตำราเรียนและสมุดจดของหล่อนมาให้เสมอ บทเรียนบางบทเด็กสาวก็ช่วยสอนให้อย่างเต็มใจ เดรโกเปิดใจยอมรับเพื่อนของเขาทั้งสองคนมากขึ้น ไม่มีเสียงเยาะเย้ยเหยียดหยามเหมือนเมื่อครั้งเก่าแต่ถึงอย่างนั้นรอนและเดรโกก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องต่อปากต่อคำกันอยู่ดี


“นายหญิงเจ้าคะได้เวลานอนพักแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของคุณแม่บ้านเอ่ยขัดการพุดคุยสนุกสนานระหว่างพวกเขาทั้งสาม


“เอ่อ...คุณนาร์เดียฮะ...ผมยังไม่ง่วงขอ...”


“ไม่ได้เจ้าค่ะนายท่านสั่งกำชับเอาไว้ถ้าไม่อย่างนั้น คุณทั้งสองคนนี้จะไม่ได้มาเยี่ยมนายหญิงอีก”


“อะไรนะ?...” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เขาไม่คิดว่าเดรโกจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้อต่อรอง


“แฮร์รี่ฉันว่าเธอไปพักเถอะ ฉันกับรอนก็จะกลับแล้ว” เด็กสาวเอ่ยขึ้น


“เจอกันอาทิตย์หน้าที่ฮอกวอตส์นะ หวังว่าเธอคงจะเตรียมพร้อมสำหรับการสอบนะแฮร์รี่”

“แน่นอนอยู่แล้วเฮอร์ไมโอนี่ แล้วฉันก็คิดว่าผลสอบคราวนี้คงออกมาได้ดีกว่าครั้งไหนๆ ...คุณนาร์เดียฮะช่วยไปส่งเพื่อนของผมด้วยนะฮะ” ร่างบางหันไปสั่งคุณแม่บ้าน


“เจ้าค่ะนายหญิง” นางรับคำก่อนจะผายมือเชิญทั้งสองให้เดินนำออกไปก่อน


หลังจากที่เพื่อนรักทั้งสองกลับไปแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนโดยมีสาวใช้เดินตามไปไม่ห่าง เนื่องจากมีคำสั่งจากนายท่านห้ามไม่ให้นายหญิงไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด แฮร์รี่ชินซะแล้วที่มีคนคอยเดินตามเขาตลอดเวลา ถึงเขาจะคัดค้านอย่างไรเดรโกก็ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียวอยู่ดี


แฮร์รี่เดินกลับเข้าห้องนอนด้วยความเบื่อหน่ายเกือบสามสัปดาห์มานี้เขาได้แต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในคฤหาสน์ซึ่งมันไม่สนุกเลยสักนิด  บ่อยครั้งที่เขาอยากจะออกไปเดินเล่นรอบๆ คฤหาสน์แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าร่างกายของเขายังไม่แข็งแรง แฮร์รี่รู้ว่าตอนนี้เขาพร้อมที่จะกลับไปเรียนหรือไปไหนมาไหนเองได้แล้ว ความเจ็บปวดตามร่างกายและเจ็บเสียดในท้องหายไปหมดตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่ถึงอย่างไรเดรโกก็ไม่วางใจอยู่ดี


  “แฮร์รี่ทำไมยังไม่นอนอีก” เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้ร่างบางสะดุ้งด้วยความตกใจ


“เป็นอะไรที่รัก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” รีบถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการของคนรัก


“เปล่า...ฉันแค่ตกใจที่อยู่ๆ นายก็เข้ามาเงียบๆ”


“ใครบอกว่าฉันเข้ามาเงียบๆ ฉันเรียกนายแล้วแต่นายไม่ตอบต่างหาก มัวคิดอะไรอยู่...หือ” มือแกร่งดึงรั้งร่างตรงหน้าเข้ามากอด แฮร์รี่ซบหน้าลงบนบ่ากว้างสองแขนเรียวโอบกอดร่างสูง เปล่งเสียงหวานออดอ้อนคนรัก


“เดรโก...ฉันอยากออกไปเดินเล่น”


“ไม่ได้แฮร์รี่นายยัง...”


“ฉันแข็งแรงดีแล้ว ไม่เป็นอะไร ไม่เจ็บตรงไหนแล้วด้วย ทำไมนายไม่ให้ฉันไปไหนบ้างฉันอยากไปเที่ยว ฉันอยากออกไปเดินเล่น ในสวนของคฤหาสน์ก็ได้ ทำไมนายต้องห้ามฉันด้วย?!” เสียงใสรัวถามเป็นชุด มือบางผลักอกกว้างให้ห่างจากตน พลางสบตานิ่งในดวงตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เดรโกได้แต่ยืนอึ้งกับการกระทำของแฮร์รี่ ก่อนจะตอบคำถามของร่างบาง


“ก็เพราะฉันเป็นห่วงนายกับลูกยังไงล่ะแฮร์รี่ กี่ครั้งแล้วที่ฉันเกือบต้องเสียนายกับลูกไป กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องทนเห็นนายนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องพยาบาล เฝ้าภาวนาให้นายลืมตาขึ้นมามองฉัน นายไม่รู้หรอกว่าช่วงเวลานั้นฉันเจ็บปวดมากขนาดไหน ภายในใจมันร้อนรุ่มจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก อยากจะตามไปฆ่าไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำให้นายเป็นแบบนั้น” ตาคมจ้องมองร่างตรงหน้าในแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนตัดพ้อที่คนรักไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของตน


“ทั้งหมดที่ฉันเป็น ทั้งหมดที่ฉันทำ ก็เพราะว่าฉันรักนาย” ปลายเสียงเน้นย้ำว่าสิ่งที่พูดมานั้นมันคือความรู้สึกที่เขามีให้กับคนตรงหน้า ร่างสูงหมุนกายเดินออกไปจากห้องโดยไม่ฟังเสียงเรียกของแฮร์รี่เลย


“เดรโก...”


“เดรโก...ฉันขอโทษ” เสียงหวานสั่นเครือ เขาไม่คิดว่าเดรโกจะโกรธเขามากขนาดนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เดรโกไม่เคยเมินเฉยต่อเสียงเรียกของเขา ทุกครั้งที่เขาเรียกหา คนๆ นี้จะมาอยู่ข้างๆ เขาเสมอไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม
สองเท้าวิ่งไปตามระเบียงทางเดินที่แสนวกวน ร่างบางหายเข้าไปในห้องแล้วห้องเล่าแต่ก็ไม่พบร่างของคนรัก ริมฝีปากบางขบเม้มจนช้ำพยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอที่กำลังถาโถมเข้ามาภายในใจ แฮร์รี่เริ่มหายใจอย่างเหนื่อยหอบด้วยความอ่อนล้าจากการตามหาตัวของร่างสูง เขาไม่อยากรบกวนนาร์เดียหรือสาวใช้ ทุกวันนี้พวกนั้นก็มีงานมากพออยู่แล้ว เรื่องนี้เขาควรจัดการด้วยตัวเอง


เด็กหนุ่มเดินตามหาเดรโกตามห้องต่างๆ ทั้งชั้นล่างและชั้นบนแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ความคิดที่ว่าตัวเองแข็งแรงแล้วนั้นเขาคิดผิดเพียงแค่ออกแรงเดินไปตามห้องต่างๆ ภายในคฤหาสน์ก็ทำเอาเขาถึงกับหมดแรง เดรโกพูดถูกที่เขายังต้องใช้เวลาพักฟื้นให้มากกว่านี้ ร่างบางเดินลงมายังชั้นล่างอีกครั้งและเขาก็พบนาร์เดียกำลังเกณฑ์สาวใช้ให้ทำความสะอาดบริเวณห้องโถง แฮร์รี่รีบเดินตรงไปหาคุณแม่บ้านทันที


“คะ...คุณนาร์เดีย หะ...เห็นเดรโกมั้ยฮะ?” เสียงใสร้องถามปนหอบ


“ตายแล้ว! ...นายหญิงทำไมหน้าซีดอย่างนี้ล่ะเจ้าคะ แล้วนี่ไปทำอะไรมาทำไมถึงได้ดูเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ นายหญิงต้องขึ้นไปพักเดี๋ยวนี้” นางกล่าวอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและชื้นเหงื่อของคนตรงหน้า


“พวกเธอพานายหญิง...”


“ไม่ต้องฮะ...คุณนาร์เดียเดรโกอยู่ไหน” ถามย้ำอีกครั้งพลางปฏิเสธสาวใช้ที่จะเข้ามาพยุง


“อะ...เอ่อ...นายท่านอยู่ในสวนด้านหลังเจ้าค่ะ นายหญิงจะไปหานายท่านหรือเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะให้สาวใช้พาไป” 


“มะ...ไม่ผมไปเองได้ ขอบคุณฮะ” กล่าวจบพร้อมกับเดินออกไปทันที ปล่อยให้คุณแม่บ้านและสาวใช้มอง

ตามอย่างสงสัย นายท่านกับนายหญิงต้องมีเรื่องผิดใจกันเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นนายท่านคงไม่แอบหลบไปอยู่ในสวนด้านหลังคนเดียวแบบนี้

 

สวนกว้างด้านหลังคฤหาสน์ ต้นไม้พุ่มเตี้ยถูกตัดแต่งดูแลจนสวยงามอยู่เสมอ ไม้ดอกไม้ประดับแข่งกันอวดสีสันและส่งกลิ่นหอมไปทั่วสวน แฮร์รี่เดินมาตามทางเดินที่โรยด้วยก้อนกรวดสีขาวที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ดวงตากลมโตกวาดสายตามองหาร่างสูงสง่าของคนรัก ถึงแม้บรรยากาศโดยรอบจะดูร่มรื่นและน่าชื่นชมแค่ไหนแต่ในใจเขากลับว้าวุ่นและเป็นกังวลจนเมินเฉยต่อความสวยงามนั้น พลันรอยยิ้มบางก็เกิดขึ้นบนใบหน้าหวาน เมื่อมองเห็นร่างของคนรักเอนกายนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบที่สงบนิ่ง


 สองเท้ารีบพาตัวเองเข้าไปใกล้หย่อนกายลงนั่งข้างๆ อย่างแผ่วเบา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เขาได้นั่งมองหน้าในยามหลับของคนๆ นี้ ใบหน้าคมคายที่มักจะปรากฏความเย็นชากับดวงตาที่มีแต่ความหยิ่งยโสให้กับคนรอบข้าง แต่สำหรับเขาแล้วตั้งแต่คบกันเดรโกก็ไม่เคยแสดงท่าทางแบบนั้นกับเขาเลย ริมฝีปากได้รูปที่มักจะปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับเขาเสมอ แววตาที่ทอดมองล้วนแสดงออกถึงความรักและความห่วงใย ถึงบางครั้งคนตรงหน้าจะปากร้ายแต่แฮร์รี่ก็รู้ว่ามันไม่ได้มาจากใจจริง นิ้วเรียวไล้ไปตามผิวแก้มของคนรักดวงตามรกตจ้องมองใบหน้าคมอย่างหลงใหล แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆ เดรโกก็ลืมตาขึ้น ในเวลานั้นสติทั้งหมดพลันเลือนหาย สิ่งสุดท้ายที่แฮร์รี่ได้เห็นคือนัยน์ตาสีเทาคู่สวยของคุณชายมัลฟอย

 

************************************

 

เปลือกตาบางกระพริบถี่ปรับสายตาที่พร่ามัว แฮร์รี่รู้สึกได้ถึงแขนแข็งแรงที่โอบรอบเอวของตนเอาไว้ แรงขยับจากร่างเล็กในอ้อมกอดทำให้เดรโกรู้สึกตัว ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบถึงแม้จะอยู่ในอ้อมแขนของร่างสูงแต่แฮร์รี่ก็รับรู้ได้ถึงความน้อยใจที่เดรโกมีให้กับตน มือเรียวกำเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้พลางซุกหน้ากับอกกว้างเหมือนเป็นการขอโทษในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนรักริมฝีปากบางกล่าวคำขอโทษเสียงแผ่ว แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อใบหน้าคมยังคงนิ่งเฉย แฮร์รี่ก้มหน้านิ่ง สักพักร่างสูงก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นเทาจากร่างบาง คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความตกใจ มือใหญ่รีบเชยคางมน และพบกับดวงตากลมโตที่ปริ่มด้วยน้ำตา


“ฉะ...ฉัน  ขะ...ขอโทษเดรโก” น้ำเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่


เดรโกพลิกกายอยู่เหนือร่างบาง  ไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มเนียน ริมฝีปากได้รูปจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะกดประทับลงบนกลีบปากบางไล้ลิ้นไปตามเรียวปากหยุดกระตุ้นให้ริมฝีปากเผยอรับสัมผัสที่ตนมอบให้ ลิ้นเรียวไล้วนทั่วโพรงปากนุ่มกวาดหาความหอมหวานจนพอใจ ส่งปลายลิ้นแตะสัมผัสกับลิ้นเล็กของอีกฝ่ายให้ตอบรับความต้องการของตน สองแขนเรียวโอบรอคอร่างสูง ปล่อยใจไปกับรสชาติความหอมหวานที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาในส่วนลึกของจิตใจ ร่างกายโหยหาสัมผัสที่ห่างเหินมานานอารมณ์แห่งความต้องการเริ่มมีมากขึ้น กี่เดือนแล้วที่เดรโกไม่ได้กอดเขาในแบบที่เคยกอด นานเท่าไหร่แล้วที่เขาโหยหาอ้อมแขนนี้ แต่แล้วการกระทำของร่างสูงกลับหยุดลง เป็นผลให้ร่างเล็กส่งเสียงครางประท้วงด้วยความขัดใจ


“หายเร็วๆ นะแฮร์รี่ ตอนนี้นายเหมือนแก้วบางๆ ที่แตกง่าย อยากจะกอดแรงๆ สักครั้งก็ยังไม่กล้า กลัวว่านายจะแตกร้าวได้หากฉันกอดนายมากไปกว่านี้”


“ฉันจะรักษาตัวให้หายเร็วๆ เพื่อนายนะเดรโก ฉันอยากให้นายกอดฉันเหมือนเช่นทุกครั้ง ฉันขอโทษเดรโก ฉันรู้แล้วว่านายเป็นห่วงฉันมากขนาดไหน ฉันจะไม่เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว”


“ไม่เอานะ...เลิกพูดคำว่าขอโทษได้แล้ว ฉันผิดเองที่เมินเฉยกับเสียงเรียกของนาย คราวหลังอย่าเที่ยวตามหาฉันจนหมดสติไปแบบนั้นอีกนะ รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วง จะเอาอะไรหรือต้องการอะไรก็เรียกสาวใช้หรือไม่ก็บอกกับนาร์เดีย ห้ามทำอะไรเองเข้าใจหรือเปล่าแฮร์รี่” สั่งกำชับพลางทำสีหน้าจริงจัง


“ก็ได้เดรโกฉันจะทำตามที่นายบอก” เสียงหวานตอบตกลงง่ายดาย จนร่างสูงนึกแปลกใจ


“แฮร์รี่...”


“หือ...มีอะไรเหรอเดรโก ทำไมทำหน้าเครียดแบบนี้” เสียงใสขานรับพลางมองคนรักอย่างไม่เข้าใจ


ดวงตาสีเทาจ้องมองดวงหน้าหวานของคนรักเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบอกในสิ่งที่อยากบอกมานาน


“เรียนจบแล้วเราแต่งงานกันนะ” ถ้อยคำสำคัญที่เฝ้ารอทำให้แฮรี่หันไปมองคนรักอย่างตกตะลึง ดวงตาสีเขียวใสจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเทาหม่นที่เต็มไปด้วยความรักที่เอ่อท้นออกมาจนร่างบางสัมผัสได้ แววตาที่ทอดมองทั้งมั่นคงและจริงจังเสียจนทำให้แฮร์รี่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ

 

 “นายจะมาเป็นภรรยาของฉันได้มั้ย?...แฮร์รี่”

 

เดรโกเฝ้ารอคำตอบจากร่างข้างใต้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก จนในที่สุดแฮร์รี่ก็พยักหน้ารับพร้อมกับตอบรับทั้งน้ำตา
“ตกลงเดรโก...ฉันจะเป็นภรรยาของนาย” รอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏบนริมฝีปากบางก่อนจะถูกประทับด้วยเรียวปากของร่างสูง เหมือนเป็นดั่งสัญญาว่าต่อแต่นี้เขาทั้งสองคนจะเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดไป ความรัก ความห่วงใยจะเกาะเกี่ยวเป็นสายใยแห่งความผูกพันที่ไม่มีวันสูญสิ้น

 

 

The End

 

 

2008/Aug/12

Part 17

 

ชนบทที่ห่างจากตัวเมืองบ้านไม้เก่าแก่ที่ไร้ผู้คนอยู่อาศัยมาเป็นเวลานานแต่กลับมีแสงไฟส่องสว่างอยู่ภายในบ้าน แฮร์รี่ถูกนำตัวมาไว้ในห้องนอนเล็กแคบเต็มไปด้วยขี้ฝุ่นและหยากไย่ร่างบางนอนหมดสติอยู่บนเตียงหลังเก่ามุมห้อง เชือกที่เข้าพันธนาการได้หายไปแล้วเหลือเพียงเชือกเส้นหนาที่ผูกข้อมือเล็กทั้งสองข้าง เปลือกตาบางลืมขึ้นภาพข้างหน้าพร่ามัว เวลาผ่านไปสักพักภาพในห้องจึงเริ่มชัดเจนขึ้น


ดวงตาสีเขียวกวาดมองไปรอบๆ ตัว สภาพของห้องที่ไม่คุ้นเคยทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เมื่อขยับมือเด็กหนุ่มกลับพบว่ามันถูกมัดเข้าด้วยกัน แฮร์รี่ลุกขึ้นจากเตียงเดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง หน้าต่างเกือบทุกบานถูกปิดทับด้วยแผ่นไม้ทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นภายนอกได้ แต่แล้วสองเท้ากลับต้องก้าวถอยหลังเมื่อได้ยินเสียงประตูเบื้องหน้ากำลังถูกปลดล็อค


“ตื่นแล้วเหรอ พอตเตอร์” เสียงหวานเอ่ยถามต่างกับสีหน้าของผู้พูดโดยสิ้นเชิง


“เธอคือ?...”


“ฉันจะเป็นใครไม่สำคัญ แกไม่จำเป็นต้องรู้” เด็กสาวเอ่ยขัดขึ้นเสียงหวานเมื่อสักครู่แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด
“ที่นี่ที่ไหน? เธอจับฉันมาทำไม?” แฮร์รี่ถามกลับอย่างใจเย็น


“หึหึ...อยากรู้เหรอพอตเตอร์ว่าฉันจับแกมาทำไม”


“ใช่ฉันอยากรู้  และฉันก็มั่นใจว่าเราไม่เคยมีเรื่องผิดใจกัน?” พูดพลางจ้องมองไปที่ใบหน้าของเด็กสาว ทำไมมันใบหน้านี้ช่างดูคุ้นเสียเหลือเกิน


“อันที่จริงเราจะต่างคนต่างอยู่ถ้าหากแกจะไม่เอาตัวเข้าไปพัวพันกับเดรโก! ตอนแรกฉันคิดจะละเว้นแกไม่เอาเรื่องในสิ่งที่แกทำไว้กับครอบครัวฉัน แต่ในเมื่อแกเข้ามาขวางทางฉันทำให้แผนการที่วางไว้ต้องพังไม่เป็นท่า แกก็ต้องตายไปซะ และที่นี่จะเป็นที่ฝังศพของแก” ใบหน้าที่เคยสวยหวานจนใครๆ พากันหลงใหลกลับกลายเป็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนดูน่ากลัว


“ฟอนเทียร์ไหนเธอบอกจะไม่ฆ่าแฮร์รี่ไง” ร่างสูงของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลดังขึ้นหลังจากที่เขาเข้ามาได้ยินบทสนทนาเมื่อกี้พอดี


“มาร์ค...ทำไมคุณถึง” ดวงตากลมโตมองหน้าของมาร์ค เวลสัน ด้วยความตกใจ


“แฮร์รี่ฉันขอโทษ ฉันแค่ไม่อยากยกนายให้กับมัลฟอยก็เท่านั้น” แววตาสลดลงพร้อมกับกล่าวคำขอโทษ


“พอได้แล้ว! ฉันไม่ต้องการฟังเรื่องไร้สาระบ้าบออะไรตอนนี้” หล่อนตวาดออกมาอย่างเหลืออด


“ฉันจะไม่ยอมให้เธอทำอะไรแฮร์รี่เป็นอันขาดฟอนเทียร์” มาร์คเอ่ยขึ้นเด็กหนุ่มกระชับไม้กายสิทธิ์ในมือ ชี้ปลายไม้ไปที่เด็กสาว


“สตูเปฟาย!” เสียงร่ายคาถาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้เสพความตาย ลำแสงสีแดงพุ่งเข้าใส่ร่างของเวลสันทำให้เด็กหนุ่มล้มลงและหยุดนิ่งอยู่กับที่


“พ่อ! มาแล้วหรือค่ะหนูกำลังรอพวกพ่ออยู่พอดี” เสียงใสเอ่ยถามนายเอวิเนสผู้เป็นบิดา พ่อที่หล่อนไม่เคยได้พบหน้าตลอดเวลาที่ต้องหลบหนีการตาล่าของมือปราบมาร เด็กสาวเดินเข้าไปกอดบิดาด้วยความดีใจ


“พ่อ?...หมายความว่าเธอเป็นลูกของ...”


“ใช่พ่อของฉันคือหนึ่งในผู้เสพความตายที่กระทรวงกำลังต้องการตัว เป็นเพราะแกพอตเตอร์แกทำให้พ่อของฉันต้องหลบหนีการจับกุม พ่อที่ฉันเพิ่งได้เจอหน้ากันเพียงไม่กี่เดือน แต่แกกลับทำให้เราต้องจากกัน แกทำให้ฉันกับพ่อต้องลำบาก ถ้าแกไม่ล้มจอมมารลงได้ป่านนี้พ่อก็คงมารับฉันไปอยู่ด้วย  ไม่ต้องทนอยู่กับยายแก่มักเกิ้ลงี่เง่าที่เก็บฉันมาเลี้ยงตั้งแต่แม่ตาย ทำให้ฉันต้องปิดบังเรื่องราวของครอบครัว ปกปิดไม่ให้พวกเพื่อนร่วมบ้านรู้ว่าฉันอาศัยอยู่กับมักเกิ้ล เพราะแกคนเดียวที่ทำให้ความหวังของฉันต้องพังทลาย”


“แล้วเดรโกมาเกี่ยวอะไรด้วย ฉันไม่เข้าใจที่เธอพูด”


“หึ...ฉันรักเดรโก รักมาตั้งนานแล้ว รักตั้งแต่ที่เขายังเป็นศัตรูกับแกถ้าฉันได้แต่งงานกับเดรโกเขาต้องช่วยให้พ่อของฉันหลุดจากข้อกล่าวหาทั้งหมด เหมือนอย่างที่พ่อของเขาเคยทำ”


“เธอมันเห็นแก่ตัวฟอนเทียร์ เดรโกไม่จำเป็นต้องทุ่มอำนาจและเงินทองทั้งหมดให้กับคนพวกนี้ นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี!!”  แฮร์รี่ตะโกนออกมาอย่างอดกลั้น


 “ไม่จำเป็นงั้นเหรอ? แกคงลืมไปแล้วว่าพ่อของมันเป็นคนทำให้พวกเราที่เหลือต้องหนีการตามล่าหัวซุกหัวซุน เจ้าเด็กนั่นต้องชดใช้ในสิ่งที่พ่อมันทำเอาไว้ ลูเซียสถึงกับทรยศจอมมารหันหลังให้กับพวกพ้องเพียงเพราะว่านายท่านต้องการร่างลูกชายของมัน” เสียงของนายเอวิเนสเอ่ยขึ้นด้วยความโกรธแค้น


“อะไรนะ!...โวลเดอมอร์จะต้องการร่างของเดรโกไปทำไม?”


“เพราะความหนุ่มแน่นและความสมบูรณ์ของร่างกายยังไงล่ะ กี่ครั้งแล้วที่นายเหนือหัวของพวกเราต้องการจะกลับคืนร่างเดิม แต่ก็ถูกคนอย่างแกขัดขวางได้ทุกครั้ง และเมื่อ 3 ปีที่แล้วนายท่านก็ทำสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของปีเตอร์ แต่น่าเสียดายร่างกายที่ได้มามันกลับไม่คงทน นายท่านจึงต้องหาร่างใหม่เพื่อถ่ายดวงจิตและวิญญาณให้สถิตอยู่ในร่างใหม่ที่สมบูรณ์กว่า”


“หึหึ...ไม่นึกเลยว่าความเมตตาที่นายท่านมอบให้ลูเซียสกลับทำให้มันกล้าหันหลังให้พวกเรา ทันทีที่นายท่านเอ่ยปากขอร่างของลูกชายคนเดียวของมัน แทนที่ลูเซียสจะตอบรับความต้องการของนายท่านแต่มัน กลับทรยศหักหลังพวกพ้อง จนกระทั่งนายท่านต้องสูญเสียพลังและอำนาจ”


“แต่ไม่เป็นไร...ถึงจอมมารจะสูญสิ้นอำนาจแต่ตอนนี้ฉันได้แกมาอยู่ในกำมือก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว แกจะเป็นเครื่องมือต่อรองชิ้นสำคัญ เดรโก มัลฟอยจะต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวแกและลูกของมันปลอดภัย อีกไม่นานพวกผู้เสพความตายที่เหลือจะมารวมตัวกันที่นี่หากมัลฟอยไม่ยอมช่วยพวกเรา ฉันก็จะฆ่าแกและลูกของมันต่อหน้าและคนที่จะตายตามแกไปก็คือมัล...”


“พ่อคะ!...หนูมีเรื่องจะคุยกับพ่อ” เด็กสาวนัยน์ตาสีนิลขัดขึ้น


“มีอะไรรึ? คาธรีน่า” ผู้เป็นพ่อหันกลับมามองหน้าลูกสาวอย่างแปลกใจ


“ตามหนูออกไปก่อนได้มั้ยคะพ่อ” หล่อนขอร้องผู้เป็นบิดา


“เฝ้าเอาไว้ให้ดีอย่าให้มันหนีไปได้” หันกลับมาสั่งผู้เสพความตายที่เหลือพร้อมกับเดินตามลูกสาวออกไป

ภายในห้องเงียบสงัดเหลือแค่เพียงแฮร์รี่กับมาร์ค เวลสันที่ยังคงไม่ได้รับการคลายคาถา สองมือที่ถูกมัดกำลังพยายามจะกระชากออกจากกันเพื่อให้หลุดจากพันธนาการข้อมือขาวปรากฏรอยแดงช้ำที่เกิดจากแรงเสียดสี ดวงตาสวยปริ่มด้วยหยาดน้ำตาความกลัวเริ่มเข้าครอบงำจิตใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่รู้สึกหวาดกลัวและวิตกกังวลมากถึงเพียงนี้ แฮร์รี่มั่นใจว่าเขาสามารถเอาตัวรอดเองได้ แต่ตอนนี้เขายังมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องรักษาเอาไว้ หากทำอะไรโดยไม่ระวังเขาอาจต้องสูญเสียชีวิตเล็กๆ ไปก็เป็นได้ ร่างบางเริ่มมองหาทางหนีการที่จะหนีออกไปทางประตูไม่มีทางทำได้ หน้าประตูต้องมีผู้เสพความตายอย่างน้อยสองคนคอยเฝ้าอยู่ มีทางเดียวเท่านั้นที่เขาจะหนีออกไปจากที่นี่ได้คือการพังหน้าต่างบานสุดท้ายที่มุมห้องออกไปแต่เขาจะใช้วิธีไหนในเมื่อมือทั้งสองข้างถูกมัดอยู่แบบนี้


“มาร์คผมจะคลายคาถาให้คุณ แต่คุณต้องพาผมออกไปจากที่นี่” ร่างบางบอกกับเวลสันที่ยังคงขยับไม่ได้จากคาถาสะกดนิ่ง


แฮร์รี่พยายามใช้มือที่ถูกมัดหยิบไม้กายสิทธิ์ของร่างสูงที่ตกอยู่บนพื้นห้อง สองมือกำไม้เอาไว้แน่นเขารู้ว่าการใช้เวทมนตร์ในเวลานี้อาจสร้างอันตรายให้กับตัวเขาและลูกในท้อง แต่ถ้าให้เขาอยู่เฉยๆ เพื่อนั่งรอความตายโดยที่ไม่พยายามหาทางหนีเขาคงทำอย่างนั้นไม่ได้


“เอเนอร์วาเต้!”  แสงสีเขียวพุ่งออกมาจากปลายไม้ มือบางสั่นระริกเมื่อคาถาสัมฤทธิ์ผล ในที่สุดมาร์คก็สามารถขยับตัวได้อย่างปกติ


“ขอบใจแฮร์รี่ ฉะ...ฉันขอโทษ ฉันเพียงแค่ไม่อยากยกนายให้ใคร ฟอนเทียร์บอกว่าหากฉันร่วมมือกับเธอฉันจะได้ตัวนายมาเป็นของฉัน ฉันขอโทษแฮร์รี่” คุกเข่าพร้อมกล่าวคำขอโทษอย่างสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป


“นี่ไม่ใช่เวลามาขอโทษนะมาร์ค ตอนนี้เราต้องหาทางหนีผมคิดว่าพวกมันคงไม่ปล่อยเราเอาไว้แน่ คุณช่วยทำลายหน้าต่างบานนั้นได้มั้ยฮะ” นิ้วเรียวชี้ไปยังหน้าต่างบานสุดท้าย


“ได้แฮร์รี่ฉันจะพานายหนี ฉันสัญญาฉันจะปกป้องนายจนถึงที่สุดชดเชยกับความผิดที่ฉันได้ทำกับนายเอาไว้” มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาแกะเชือกที่มัดข้อมือเล็กของแฮร์รี่เอาไว้ ก่อนจะชี้ปลายไม้ไปยังบานประตูแล้วร่ายคาถากันเสียงรบกวน ร่างสูงของเวลสันเดินตรงไปยังหน้าต่างบานสุดท้ายแสงสีเหลืองผ่านกระทบบานหน้าต่างจนแตกละเอียด โชคดีที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านชั้นเดียวทำให้พวกเขาหนีออกมาได้ไม่ยากนัก


ทั้งคู่หนีออกมาจากบ้านร้างอย่างเร่งรีบอีกไม่นานพวกนั้นก็คงจะรู้ตัวว่าเขาหลบหนีออกมาได้ แฮร์รี่ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน แต่เท่าที่ดูจากสภาพแวดล้อมแถวนี้มันน่าจะห่างไกลจากฮอกวอตส์มากเลยทีเดียว สองเท้ารีบพาตัวเองออกไปให้ห่างจากบริเวณบ้านให้มากที่สุด มาร์คพาแฮร์รี่เดินเข้าป่าเพื่อเป็นการพลางตัวไม่ให้พวกผู้เสพความตายตามพวกเขาเจอได้ง่ายๆ จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแฮร์รี่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังเดินวนกลับมาที่เดิม


“มาร์คฮะผมว่าเรากำลังหลงทาง” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเคร่งเครียด ใบหน้าเนียนเริ่มซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก


“ใช่... เราเคยผ่านตรงนี้มาแล้ว ต้องมีใครกำลังเล่นตลกอะไรกับเราอยู่แน่ๆ แฮร์รี่นายไหวมั้ยฉันว่าเราพักกันก่อนดีกว่า” เมื่อมองเห็นหน้าของอีกฝ่ายในตอนนี้เวลสันตัดสินใจให้แฮร์รี่หยุดพักทันที


ร่างเล็กทรุดกายลงนั่ง ความหนาวเย็นของเวลากลางคืนเข้ามาปะทะผิวกายจนสั่นสะท้านเพราะความหนาว ถึงแม้ตอนนี้จะใกล้หมดฤดูหนาวแต่พื้นดินยังคงมีเกล็ดหิมะสีขาวปกคลุมประปราย ริมฝีปากบางสั่นระริกสองแขนโอบกอดตัวเองหวังจะสร้างความอบอุ่นแฮร์รี่สวมแค่ชุดนอนและมีเสื้อคลุมสวมทับเท่านั้น ซึ่งมันไม่สามารถช่วยบรรเทาความหนาวลงได้เลย เสื้อโค้ทตัวใหญ่ถูกวางลงบนไหล่บาง ดูเหมือนเวลสันจะรู้ว่าร่างบางกำลังอ่อนแรง เขาทนไม่ได้ที่ต้องเห็นคนที่เขารักต้องมาตกระกำลำบากเพราะตน กิ่งไม้ถูกนำมากองรวมกันตรงหน้าร่างสูงจุดไฟจากปลายไม้กายสิทธิ์กองไฟขนาดเล็กสร้างความอบอุ่นได้ในระดับหนึ่ง


“มาร์คเราไม่ควรจุดไฟควันของมันจะทำให้พวกผู้เสพความรู้ตำแหน่งที่เราอยู่” ร่างบางกล่าวทักท้วง


“ถ้าไม่จุดเราก็ต้องหนาวตายนะแฮร์รี่ อีกอย่างนายก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว นายจะให้ฉันทำยังไง”


“ฉันจะไม่ยอมหนาวตายอยู่ที่นี่เราจะต้องหาทางออกเจอ ไม่ว่ายังไงฉันจะต้องกลับไปหาเดรโก ฉันไม่อยากเป็นภาระของใคร เดรโกต้องไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้” ดวงตามรกตฉายแววมุ่งมั่น ถึงร่างกายจะอ่อนแอแต่กำลังใจของแฮร์รี่นั้นยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง เขาผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มาตั้งมากมาย เผชิญหน้ากับจอมมารก็เคยมาแล้ว เขาจะไม่ยอมแพ้กับเรื่องเล็กๆ แค่นี้เด็ดขาด


“นายคงรักมัลฟอยมากสินะแฮร์รี่” แววตาสีน้ำตาลหม่นแสงลงเมื่อได้ยินคำพูดของร่างบาง


“รักสิ...รักมากด้วยไม่ว่าคุณจะพยายามแยกเราสองคนให้ห่างจากกัน คนที่ผมรักก็คือเดรโกคนเดียว” เสียงใสยืนยันคำพูดของตน


“ขอโทษ ฉันขอโทษฉันคิดแค่เพียงว่าถ้าแยกนายสองคนออกจากกันฉันคงจะเข้าไปแทนที่ได้ไม่ยาก ฉันถึงได้หลงเชื่อคำหว่านล้อมของฟอนเทียร์  ฉัน...”


“ทั้งที่ๆ ที่คุณก็รู้ว่าผมกำลังอุ้มท้องลูกของเดรโก คุณยังคิดจะ...”


“แฮร์รี่ขอแค่ให้เป็นนายฉันพร้อมที่จะดูแลทุกอย่าง แม้แต่ลูกของนายฉันก็พร้อมที่จะรับมาเป็นลูกของฉัน”


“เหลวไหลสิ้นดี! คุณคิดว่าผมจะยอมอย่างงั้นเหรอ เด็กคนนี้เป็นลูกของเดรโกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเขาก็ยังเป็นลูกของเดรโก มัลฟอย เป็นทายาทของตระกูลมัลฟอย เราเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วมาร์คก่อนที่ผมจะเกลียดคุณไปมากกว่านี้!” แฮร์รี่ตวาดอีกฝ่ายอย่างเหลืออดพลางหอบหายใจเพราะความเหนื่อย เวลสันได้แต่ยืนอึ้งเมื่อเห็นแฮร์รี่ระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความอัดอั้น อากาศโดยรอบเริ่มหนาวเย็นเข้ามาทุกขณะกองไฟกองเล็กใกล้จะมอดดับ ร่างสูงจึงได้ขอตัวออกไปหากิ่งไม้มาเป็นเชื้อเพลิง


ร่างเล็กกอดตัวเองให้แน่นขึ้นความกังวลและความหวาดกลัวกลับเข้ามาอีกครั้ง ดวงตาสวยเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาก่อนจะปล่อยให้มันไหลริน ภายในใจร่ำร้องหาความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนรัก เขาไม่อยากให้เดรโกต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ถ้าหากเดรโกตามหาเขาพวกผู้เสพความตายจะต้องไม่ปล่อยลูกของผู้ทรยศเอาไว้เฉยๆ เขาเชื่อว่าเดรโกจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขากับลูกปลอดภัยและนั่นอาจจะหมายถึงทรัพย์สินและอำนาจทั้งหมดของมัลฟอย บางทีคนพวกนั้นอาจไม่หยุดอยู่แค่นี้ชีวิตลูกของคนทรยศอาจจะเป็นสิ่งที่พวกมันปรารถนามากที่สุดก็เป็นได้ เปลือกตาบางปิดลงด้วยความเหนื่อยล้า ร่างกายแทบจะไร้เรี่ยวแรง แฮร์รี่ซุกตัวเข้ากับโคนต้นไม้ใหญ่ กลับเข้าสู่ห้วงนิทราท่ามกลางความหนาวเย็น

 

***********************************

 

ทางด้านผู้เสพความหลังจากที่คาธรีน่าเรียกให้พ่อของเธอออกมาคุยกันนอกตัวบ้าน ในขณะที่กำลังตกลงกับพ่อของเธออยู่นั้น เสียงกระจกแตกละเอียดก็ดังขึ้นทำให้ทั้งคู่รีบรุดเข้าไปดูในบ้านทันที ประตูห้องนอนที่ใช้เป็นที่คุมขังร่างบางถูกทำลาย ภายในห้องว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เคยอยู่ในห้อง ทั้งหมดออกตามหาตัวผู้หลบหนีที่หายเข้าไปในป่า นายเอวิเนสกางเขตเวทมนตร์ให้ป่าโปร่งกลายเป็นป่าทึบที่มีแต่ทางเดินวกวนเพื่อป้องกันไม่ให้แฮร์รี่สามารถหนีออกมาจากป่านั้นได้


“นั่นไงพอตเตอร์ต้องอยู่ตรงนั้นแน่ๆ” คาธรีน่าร้องบอกผู้เป็นพ่อเมื่อมองเห็นควันไฟที่ลอยเหนือยอดสนสูง ทั้งหมดรีบมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางนั้นทันที


ในเวลาเดียวกันเดรโกก็พาคนของตนทั้งหมดมาถึงบ้านร้าง ภายในบ้านว่างเปล่าไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยของการต่อสู้มีเพียงเชือกเส้นเดียวที่ถูกวางทิ้งไว้กลางห้อง ดวงตาหันมองไปทางกระจกหน้าต่างบานสุดท้ายทิศทางที่มองออกไปมีแต่ป่าสนทึบที่ดูน่ากลัว เดรโกตัดสินใจออกคำสั่งให้ออกตามหานายหญิงของตระกูลในป่านั้นทันที แต่เมื่อเดินมาถึงทางเข้าป่าเดรโกลับพบว่ามันถูกร่ายเวทมนต์กำกับเอาไว้ ร่างสูงจัดการทำลายข่ายเวทมนตร์ที่กางเอาไว้จนขาดสะบั้น


“แฮร์รี่ตื่นเถอะเราต้องรีบออกไปจากที่นี่นะ” เวลสันกำลังเขย่าตัวร่างบางให้รู้สึกตัวไอร้อนจากร่างกายส่งผ่านมายังอีกฝ่ายเมื่อสัมผัสโดนผิวเนื้อที่ร้อนผ่าว


“อือ...” เสียงครางดังลอดออกมาจากลำคอ ดวงตาสวยลืมขึ้นอย่างยากเย็น


“เราต้องรีบแล้วนะแฮร์รี่ป่านนี้พวกนั้นคงรู้แล้วว่าเราหนีออกมา”


“จริงสิ...เราต้องรีบออกไปจากที่นี่” แฮร์รี่ยันกายลุกขึ้นแต่แล้วกลับต้องเซถลา โดยที่เวลสันรีบเขาไปรับตัวร่างบางเอาไว้ได้ทัน


“นายเป็นอะไรมากไหมแฮร์รี่” กล่าวถามด้วยความเป็นห่วง


“ไม่เป็นไร...ไม่ต้องห่วงผมหรอก เรารีบไปกันดีกว่า” ร่างเล็กเบี่ยงตัวออกจากแขนของเวลสัน เขาไม่ต้องการให้คนๆ นี้มาแตะต้อง คนเห็นแก่ตัวที่ทำให้ชีวิตเล็กๆ ในท้องของเขาตกอยู่ในอันตราย


แววตาสีน้ำตาลไหววูบเมื่อคนที่ตนรักไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เวลสันเงยหน้าขึ้นสบตาของอีกฝ่ายดวงตามรกตคู่สวยมีแต่ความเกลียดชังไม่หลงเหลือมิตรภาพเหมือนเมื่อครั้งเก่าให้เขาอีกแล้ว เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินนำร่างบางออกไปพยายามเก็บซ่อนความเสียใจที่ล้นปรี่ ทั้งคู่เดินทางในป่าอยู่เป็นเวลาและคราวนี้แฮร์รี่รู้สึกว่าทางที่เขากำลังเดินอยู่นั้นมันไม่วกวนเหมือนก่อนหน้านี้


แสงสีทองของวันใหม่สาดไล้มาตามยอดสนสูงทำให้เขามองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สัญชาตญาณของเขาบอกว่าทางออกของป่านั้นอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ แฮร์รี่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นถึงแม้จะเหนื่อยกายแต่ใจมันกลับร่ำร้องอยากออกไปจากที่นี่โดยเร็วมือเล็กกำไม้กายสิทธิ์คู่กายเอาไว้แน่นราวกับจะพร้อมรับมือกับการต่อสู้ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะ อะไรบางอย่างบอกกับเขาว่าผู้เสพความตายกำลังไล่ตามเขามาติดๆ


“เอ็กซ์สเปลล์ลิอาร์มัส!!” เสียงร่ายคาถาปลดอาวุธดังขึ้นจากทางด้านหลัง


“แฮร์รี่ระวัง!” ร่างสูงร้องตะโกนให้คนข้างๆ ระวังตัวเมื่อเห็นลำแสงสีแดงพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว และมันก็เฉียดผ่านตัวแฮร์รี่ไปเพียงนิดเดียว


ปลายไม้กายสิทธิ์ในมือเล็กชี้ไปที่หนึ่งในผู้เสพความตายทันที 


“ริกตัสเซมปรา~~!!” แสงสีเงินพวยพุ่งออกจากปลายไม้แรงคาถาของมันส่งผลให้เอเวอรี่ล้มลงจุกจนตัวงอ
นัยน์ตาสีนิลของคาธรีน่าจับจ้องไปยังคนที่ตนเกลียดชัง ดวงตาวาวโรจน์อย่างเคียดแค้น “ครูซิโอ!!!” คำสาปกรีดแทงถูกส่งผ่านไปยังร่างบางทันที แต่ลำแสงของมันกลับถูกเบี่ยงเบนทิศทางด้วยแรงคาถาจากเวลสัน
ผู้เสพความตายคนอื่นๆ พุ่งเข้าโจมตีทั้งสองอย่างรวดเร็ว แฮร์รี่อาศัยต้นไม้ใหญ่เป็นเกราะกำบังคอยหลบหลีกคาถาที่กระหน่ำเข้ามาใส่ตน ผลจากการเล่นงานเอเวอรี่ไปเมื่อกี้ทำให้ระดับพลังของเขาลดลง มือเรียวกำไม้ในมือพลางตั้งจิตให้แข็งแกร่งเขาจะไม่ยอมจบชีวิตที่นี้เด็ดขาดไม่ว่าจะยังไงก็ตามเขาจะต้องรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้


“สตูเปฟาย!” หนึ่งในตระกูลเลจแสตรงจ์ถูกสะกดนิ่งอยู่กับที่โดยฝีมือของเวลสัน และอีกหนึ่งที่ถูกเชือกหลายเส้นเข้ามัดตัวเอาไว้


ชายหนุ่มอาศัยช่วงจังหวะที่คาธรีน่าและนายเอวิเนสเข้าช่วยพวกพ้องพาแฮร์รี่วิ่งหนีไปจากตรงนั้นแต่ผู้เสพความตายทั้งหมดก็ตามพวกเขาทันในที่สุด


“แกหนีพวกเราไม่พ้นหรอกพอตเตอร์ อะวาดา...”


“ครูซิโอ~~!!!...”


“กรี๊ดดดดดด!!...” เสียงร้องของคาธรีน่าดังขึ้นพร้อมกับตัวของหล่อนลงไปนอนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่าง


“มาร์คคุณ?” แฮร์รี่มองไปทางร่างสูงอย่างตกตะลึง


แต่เวลสันกลับไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามจากร่างบาง ในเวลานี้เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องแฮร์รี่ ถึงเขาจะต้องใช้คาถาต้องห้ามเพื่อรักษาชีวิตของคนที่เขารักเอาไว้เขาก็ยอม การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่แฮร์รี่นั้นเริ่มอ่อนแรงลงทุกที พลังเวทย์ที่มีขีดจำกัดของร่างบางลดลงจนแทบจะไม่เหลือ หากเขายังไม่สามารถจัดการกับคนพวกนี้ได้ และถ้าเขายังฝืนใช้เวทมนตร์ต่อไป พลังที่คอยปกป้องคุ้มครองลูกของเขาต้องถูกดึงออกมาใช้เมื่อนั้นชีวิตเล็กๆ ในครรภ์ต้องได้รับผลกระทบร้ายแรงอย่างแน่นอน


คำสาปพิฆาตถูกร่ายออกมาและลำแสงของมันก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเวลสัน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คาถาสะกดนิ่งของแฮร์รี่ช่วยเปลี่ยนทิศทางให้ห่างจากร่างสูง


“อะวาดา เคดาฟรา ~~!” มาร์คอาศัยจังหวะที่คู่ต่อสู้เผลอตอบกลับด้วยคาถาเดียวกันจนร่างของเลจแสตรงจ์คนสุดท้ายนอนแน่นิ่งตาเบิกโพลง


“แก!...อย่าอยู่เลย” เสียงคำรามจากเอเวอรี่ดังขึ้นเมื่อเห็นสหายรักถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา ปลายไม้ชี้ไปยังร่างของคนที่ปลิดชีวิตเพื่อนรัก


“อะวาดา เคดาฟรา ~~!!” ลำแสงสีเขียวพุ่งเข้าปะทะกลางหลังทำให้ร่างสูงโปร่งของเอเวอรี่ล้มทั้งยืน เวลสันมองผ่านไปยังแฮร์รี่ที่ยืนอยู่ทางด้านหลังด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คิดว่าในสภาพแบบนี้ร่างบางยังจะสามารถใช้คาถาบทนี้ได้


“ริกตัสเซมปรา!!/ครูซิโอ!!” เสียงตะโกนร่ายคาถาดังขึ้นพร้อมกันจากคาธรีน่า และพ่อของเธอ


ลำแสงสีเงินและเขียวพุ่งเข้าใส่แฮร์รี่จนล้มลง ร่างสูงของเวลสันรีบถลาเข้าไปหาร่างเล็กด้วยความตกใจ


 “อึก! อ๊าาาาาาาาาาาา!!” ร่างบางร้องครางด้วยความเจ็บปวดร่างกายและผิวเนื้อเหมือนถูกของแหลมคมกรีดแทงไปทั่วร่าง แฮร์รี่ลงไปนอนดิ้นพร่านอยู่บนพื้น ความเจ็บปวดแทรกซึมเข้าไปทุกส่วนประสาท ในหัวสมองขาวโพลนสติสัมปชัญญะเหมือนจะขาดหาย ผลของแรงคาถายังคงอยู่แม้ว่าความเจ็บปวดจะค่อยๆ บรรเทาลง


“นะ...นายไม่เป็นไรนะแฮร์รี่!” ร่างสูงของเวลสันรีบเข้าไปประคองแฮร์รี่ด้วยความเป็นห่วง


แฮร์รี่ทำได้แค่เพียงส่ายหน้า เขาเจ็บจนพูดไม่ออกมือบางจับช่วงท้องของตัวเองเอาไว้รับรู้ได้ถึงความเจ็บแปลบที่เกิดขึ้นภายใน ความหวาดกลัวแสดงออกมาทางแววตา แรงคาถาที่ปะทะเข้าตัวเขาถึงสองสายทำให้แขนและขาของแฮร์รี่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง


“ห่วงกันจริงนะถ้าอย่างนั้นก็ตายไปพร้อมกันเลยดีไหม ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของเด็กสาวดังขึ้น  ใบหน้าของหล่อนไม่หลงเหลือคราบของคาธรีน่าผู้อ่อนหวานให้เห็นอีกแล้ว


ถึงแม้ว่าผู้เสพความตายจะถูกกำจัดไปแล้วถึงสองคน แต่นายเอวิเนสและพรรคพวกอีกหนึ่งยังคงมีชีวิตอยู่รวมทั้งคาธรีน่าที่กำลังชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางพวกเขาทั้งคู่


“อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้เธอทำร้ายแฮร์รี่อีกฟอน...”


“อะวาดา เคดาฟรา!!” เด็กหนุ่มชี้ปลายไม้ไปยังเอวิเนส บิง ก่อนที่จะพูดจบเมื่อเห็นว่าบุคคลที่ยืนอยู่ข้างหลังเด็กสาวนั้นกำลังร่ายคาถาเข้าใส่ร่างบางที่ไร้ทางสู้


คาธรีน่าหันไปมองทางด้านหลังนัยน์ตาสีนิลเบิกกว้าง รีบถลาเข้าไปยังร่างของผู้เป็นบิดาความแค้นปะทุขึ้นในอกมือเรียวยกไม้ขึ้นชี้ไปยังคนที่ฆ่าพ่อของหล่อนในขณะที่อีกฝ่ายมัวแต่พะวงกับอาการของแฮร์รี่


“เฮมเมอเรจ~~!!” ลำแสงสีม่วงพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของเวลสันทันที


“อ๊าาาาาา~~!!!” เด็กหนุ่มล้มลงร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความเจ็บปวดกรีดร้องโหยหวนอย่างสุดจะทนตามเนื้อตัวมีบาดแผลจากการถูกกรีดพร้อมกับเลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาไม่หยุด


“มาร์ค!!” แฮร์รี่ร้องตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง ดวงตามรกตเบิกโพลงด้วยความตกใจเขาไม่เคยได้ยินคาถานี้มาก่อน มันมีลักษณะคล้ายคำสาปกรีดแทง แต่ผลที่ได้รับมันสาหัสกว่านั้นมากนัก เขาทำได้แค่เพียงมองดูร่างที่เต็มไปด้วยเลือดของมาร์ค เวลสัน ที่กำลังหายใจแผ่วลงทุกขณะ จนสงบนิ่งไปในที่สุด


“ไม่! มาร์คคุณอย่าตายนะ ไม่~~!!...คุณต้องไม่ตายเหมือนเซดริก” ภาพการตายของเซดริกกลับเข้ามาในความทรงจำร่างบางสั่นไหวอย่างรุนแรงจากแรงสะอื้น ความเจ็บจากคาถาแล่นพล่านไปทั่วกาย ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อต้องเห็นคนรู้จักตายลงไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย


“ฮ่าๆๆ ตายซะเถอะ แกต้องตายอย่างทรมาน” ดวงตาสีนิลที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังตวัดกลับมามองยังแฮร์รี่ สองเท้าก้าวเข้ามาใกล้ สายตาจับจ้องไปยังคนที่ตนเกลียดมากที่สุด ไม่ว่ายังไงวันนี้หล่อนก็ต้องฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ให้จงได้


“เบรก!...คุณอย่ายุ่งสำหรับพอตเตอร์ฉันขอจัดการเอง” เสียงใสตวาดสั่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยกไม้กายสิทธิ์หมายปลิดชีวิตของคนที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้น


“คราวนี้ก็ถึงตาแกแล้ว...พอตเตอร์!” ชี้ปลายไม้ไปยังร่างของแฮร์รี่ที่ไร้ทางสู้


“อะวาดา...”


“เอ็กซ์สเปลล์ลิอาร์มัส!!” เสียงตะโกนก้องไปทั่วบริเวณ ไม้กายสิทธิ์ของเด็กสาวลอยเข้ามาอยู่ในมือของร่างสูงสง่าที่เพิ่งมาถึงพร้อมกับผู้ติดตามนับสิบคน


“เดรโก!!” อุทานเรียกชื่อคนที่ตนหลงรักด้วยความตกใจ


“อะ...”


“อย่าขอรับนายท่าน”เสียงของอลันขัดขึ้นเมื่อเห็นผู้เป็นนายกำลังจะเอ่ยคาถาต้องห้ามออกมา


“ไม่!! ...ฉันจะฆ่านังผู้หญิงคนนี้ทิ้งซะ” เดรโกตวาดออกมาอย่างเหลืออด ดวงตาสีเทาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธ จ้องมองไปยังเด็กสาวตรงหน้าอย่างพร้อมที่จะฆ่าทิ้งได้ทุกเมื่อ


“ฮ่าๆๆ... จะฆ่าฉันเหรอเดรโกอีกเดี๋ยวผู้เสพความตายที่เหลือจะตามมาเธอคิดว่าคนแต่หยิบมือจะสู้สมุนของจอมมารได้เหรอ กว่าจะถึงตอนนั้นพอตเตอร์และลูกของมันก็คงจะตายไปแล้ว ฮะๆๆ” หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง หยาดน้ำตาไหลอกมาจากนัยน์ตาคู่สวย เจ็บเมื่อคนที่ตนหลงรักบอกว่าอยากจะฆ่าตน และสะใจที่สามารถทำให้ศัตรูหัวใจใกล้สู่ความตาย


“นายท่านขอรับ ทางนี้กระผมจัดการเองรีบไปดูนายหญิงเร็วเถอะขอรับ” พ่อบ้านคนสนิทกล่าวเตือนผู้เป็นนายอีกครั้ง


“คนของฉันไม่ได้มีเพียงแค่เท่านี้ เธอประเมินฉันผิดไปแล้วฟอนเทียร์”


“อย่าให้หล่อนกับพวกหนีไปได้ เตรียมรับมือกับพวกที่เหลืออย่าให้หลุดรอดไปได้สักคนเดียว” หันไปสั่งด้วยนำเสียงเฉียบขาดก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาร่างบอบบางของคนรักที่อยู่ในความดูแลของลูกน้องคนสนิท


สองแขนโอบประคองร่างเล็กด้วยความระมัดระวัง สภาพของแฮร์รี่ที่เขาเห็นทำให้เดรโกรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก ถึงจะไม่มีรอยแผลแต่เขาก็รับรู้ได้ว่าแฮร์รี่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก


“แฮร์รี่~~” เปลือกตาบางลืมขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตน ดวงตาสวยจ้องมองใบหน้าคมของคนรัก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนดวงหน้าหวาน เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แสนคุ้นเคย อ้อมกอดที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็พร้อมที่จะปกป้องและปลอบประโลมเขาอยู่เสมอในเวลาที่เหนื่อยล้าหรือหวาดกลัว เสียงทุ้มที่คอยพร่ำบอกคำรักหวานๆ  และเรียกชื่อของตนอย่างอ่อนโยนทุกครั้ง หยาดน้ำตาเม็ดใสไหลลงอาบแก้มเนียนเมื่อได้รับสัมผัสสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง ทั้งดีใจที่คนรักตามหาเขาจนเจอ ทั้งเสียใจที่ต้องมีคนตายเพราะตนอีกครั้ง ริมฝีปากบางสั่นระริกพยายามเปล่งเสียงเรียกชื่อของคนที่โอบประคองตนไว้


“ดะ...เดรโก~~”


“แฮร์รี่...ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นที่รัก อย่าเพิ่งพูดอะไรฉันจะพานายไปหาหมอนะ” เสียงทุ้มสั่นพร่าเจ็บปวดไปกับสภาพของคนรัก


“อ๊ะ!!” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก มือบางกุมช่วงท้องตัวเองแน่น ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ  เพียงแค่ขยับกายแฮร์รี่ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดภายใน


“อึก!...เจ็บ!!”


“ฮะ...แฮร์รี่!” ร้องเรียกชื่อร่างบางด้วยความตกใจ แขนแข็งแรงโอบกอดคนรักไว้แนบอก


“อลัน!...กุญแจนำทาง เสกกุญแจนำทางไปฮอกวอตส์!!” ตะโกนสั่งพ่อบ้านคนสนิท ในขณะที่ใบหน้าเนียนซีดเผือดไร้สีเลือดจนดูน่ากลัว


“พอร์ตัส!!”


กิ่งไม้ท่อนหนึ่งเกิดแสงสว่างวาบเมื่อพ่อบ้านอลันร่ายคาถาจบ มือแกร่งเอื้อมไปสัมผัสกับกุญแจนำทางพลางกอดกระชับร่างเล็กไว้อย่างมั่นคง ทันทีที่ได้แตะสัมผัสร่างของทั้งสองก็หายไปพร้อมกับแสงสว่างที่เกิดขึ้นชั่วขณะ ทิ้งการต่อสู้ครั้งสุดท้ายไว้เป็นหน้าที่ของผู้ติดตามและมือปราบมารรวมทั้งคนของภาคีที่เพิ่งมาถึง

 

TBC

 

2008/Aug/12

Part 16

 

เดรโกถูกพามาส่งที่ห้องพยาบาลทันทีด้วยความช่วยเหลือของแฮกริด นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่คุณชายมัลฟอยถูกอดีตผู้รักษากุญแจฮอกวอตส์อุ้มมาที่ห้องพยาบาล แฮร์รี่ตามร่างสูงใหญ่ของแฮกริดเข้ามาติดๆ พร้อมด้วยเพื่อนรักสองคน ดวงตามรกตมีแววเศร้าหมองระคนห่วงใย ใบหน้าหวานซีดเซียว มือเรียวยังคงมีรอยเลือดสีแดงจากบาดแผลของคนรักติดอยู่ ขาทั้งสองดูจะไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ถ้าเดรโกไม่เอาตัวเข้ามาบังเขาไว้ร่างสูงคงไม่ต้องเจ็บถึงเพียงนี้ แต่ถ้าเป็นตัวเขาที่โดนกริฟฟอนพุ่งชนล่ะป่านนี้เขาอาจต้องสูญเสียลูกในท้องไปแล้วก็ได้


 “พวกเธอไปรอฉันอยู่ข้างนอก ฉันขอดูบาดแผลคุณมัลฟอยก่อน ” เสียงของหญิงวัยกลางคนร้องสั่ง พวกเด็กๆ และแฮกริด จำต้องออกไปยืนรอกันอย่างเงียบๆ


“แฮร์รี่ใจเย็นๆ นะ มัลฟอยไม่เป็นอะไรมากหรอกเธอก็เห็นว่าแฮกริดดึงเชือกเอาไว้ทันน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ปลอบใจเพื่อนรักที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ


“ตะ...แต่ที่หลังของเดรโก...มะ..มันมีเลือด ...เลือดของเดรโกมันไหลออกมาไม่หยุด” พูดพลางจ้องมองฝ่ามือที่ยังคงเปื้อนคราบเลือดสีแดงสดของร่างสูง


“แฮร์รี่ฉันว่านายไปล้างหน้าล้างมือก่อนดีกว่า แล้วเราจะพานายกลับมาหามัลฟอยเอง” รอนพูดขึ้นเมื่อเห็นมือของแฮร์รี่


“นั่นสิแฮร์รี่เธอควรจะทำตามที่รอนบอกนะ ไม่ต้องกังวลมากหรอกมัลฟอยต้องปลอดภัย ฉันเองก็ขอตัวก่อนยังต้องไปจัดการกับเจ้าพวกที่เหลือ”  เสียงทุ้มใหญ่ของแฮรกิดเอ่ยขอตัว


“ไปกันเถอะแฮร์รี่” รอนหันมาสะกิดร่างบาง


“ฉัน...” เสียงใสขาดหายแฮร์รี่พูดอะไรไม่ออกอีกแล้วได้แต่เดินไปตามแรงจูงของเพื่อนสนิททั้งสอง ก่อนจะกลับเข้ามาหาเดรโกในเวลาต่อมา


ภายในห้องพยาบาลร่างสูงสง่ายังคงนอนคว่ำหน้าหลับสนิทอยู่ที่เตียงด้านใน ข้างเตียงของชายหนุ่มมีร่างบอบบางนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างแววตาที่ทอดมองมีแต่ความห่วงใย หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อคลอดวงตาสวย ยิ่งมองเห็นผ้าผันแผลผืนใหญ่พันรอบลำตัวของคนบนเตียง รอยเลือดที่ไหลซึมออกมาตามเนื้อผ้ายิ่งตอกย้ำความทรงจำที่เลวร้าย ความเสียใจทั้งหมดถูกกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตาเม็ดใส


“ขอโทษ...ฉันขอโทษเดรโก...ฮึกก” ใบหน้าหวานก้มลงไปใกล้ริมฝีปากบางจรดชิดใบหู เสียงใสสั่นระริกพร่ำบอกคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า


“นายจะขอโทษฉันทำไมแฮร์รี่” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาเทาซีดลืมขึ้นมองดวงหน้าของคนรัก
ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ เพ่งมองให้แน่ใจว่าคนตรงหน้ารู้สึกตัวแล้ว


“ร้องไห้ทำไม ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่านายไม่ควรร้องไห้” ร่างสูงยันกายลุกขึ้นใบหน้าคมบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ด้านหลัง จนแฮร์รี่ต้องรีบเข้าไปช่วยประคองให้เดรโกลุกขึ้นนั่ง


“จะลุกขึ้นมาทำไมเดรโก นาย...ฮึก...ยังเจ็บอยู่นะ” ร่างบางสะอื้นไห้ด้วยความเสียใจ


“ฉันอยากเห็นให้ชัดๆ ว่าคนที่ฉันรักปลอดภัย ไม่เอานะแฮร์รี่...หยุดร้องไห้เถอะนะ...ที่รัก ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ” น้ำตาที่เอ่อล้นถูกนิ้วเรียวของร่างสูงเช็ดให้อย่างอ่อนโยน


“ไหนบอกซิว่าเมื่อกี้นายขอโทษฉันเรื่องอะไร” เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย


“ก็...ก็ฉันทำให้นายเจ็บ ...ฮึกก...ถ้านายไม่เอาตัวมาบังฉัน...ฮึก...นายคงไม่ต้องเจ็บแบบนี้”


“มันไม่ใช่ความผิดของนายสักหน่อย มันเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องปกป้องดูแลคนสำคัญ ถ้าฉันไม่เอาตัวบังนายเอาไว้ป่านนี้ฉันอาจจะเสียคนที่ฉันรักไปถึงสองคนแล้วก็ได้” มือใหญ่รั้งร่างบางเข้ามาแนบอกดวงหน้าหวานซุกลงอกกว้าง เสียงสะอื้นถูกกลืนหายเมื่อได้ยินคำพูดของร่างสูง


“ดะ...ดรโกคืนนี้ฉันขออยู่เป็นเพื่อนนายได้มั้ย ขอฉันอยู่ดูแลนายเหมือนตอนที่นายดูแลฉันไง” นัยน์ตาสีเขียวใสช้อนมองใบหน้าของคนรัก ประกายตามีแววออดอ้อนดังเช่นทุกครั้งที่ต้องการให้เดรโกตอบตกลง


“อย่ามาทำตาแบบนั้นนะแฮร์รี่ มันไม่ได้ผลหรอกนายยังไม่แข็งแรงจะมาอยู่ดูแลฉันได้ยังไง ไม่ต้องแย้งอะไรทั้งนั้น ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้นายนอนที่นี่เด็ดขาด” กล่าวปฏิเสธอย่างจริงจัง จนคนขอถึงกับทำหน้างอด้วยความไม่พอใจ


“ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ นะแฮร์รี่ มาดามพรอมฟรีย์บอกว่าแผลไม่ลึกเท่าไหร่นายก็รู้ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ามันก็จะปิดสนิทแล้ว นายกลับไปพักผ่อนที่ห้องเถอะอีกไม่กี่วันมาดามก็อนุญาตให้ฉันกลับไปนอนกับนายได้เหมือนเดิม” ปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง จมูกโด่งฉวยขโมยความหอมจากแก้มใส


“ฮึ...ไม่ต้องมาทำพูดดีเลยเดรโก เห็นว่านายเจ็บเพราะฉันหรอกนะถึงได้ยอมอ่อนข้อให้ ถ้าไม่อย่างงั้น อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอม” หน้าเรียวสวยเชิดขึ้นอย่างแสนงอน ก่อนจะรีบหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงอุทานด้วยความเจ็บจากคนข้างๆ


“เดรโกเป็นอะไร เจ็บตรงไหน” เสียงใสเอ่ยถามด้วยความตกใจ


“มะ...ไม่เป็นไรสงสัยฉันคงจะลุกขึ้นนั่งนานไปมันเลยตึงๆ ที่แผลน่ะ” ถึงปากจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่เท่าที่ดูจากสีหน้าเดรโกคงจะเจ็บไม่ใช่เล่น


“งั้นนายนอนพักก่อนนะฉันไม่กวนนายแล้ว” ร่างบางรีบประคองให้ร่างสูงนอนคว่ำหน้าลงบนที่นอน


“นายต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้วนะเดรโกตั้งแต่ครั้งนั้นมาจนถึงตอนนี้ ฉันไม่รู้จะขอบคุณนายยังไงที่คอยช่วยฉันมาตลอด” เสียงใสสลดลงเมื่อคนรักต้องมาเจ็บตัวเพราะตนเองเป็นต้นเหตุ


“อยากขอบคุณฉันเหรอ? หึหึ...แค่นายจูบฉัน...แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว” ตาคมมีแววเจ้าเล่ห์


“นายมันคนฉวยโอกาส” เสียงหวานต่อว่าแต่ก็ยอมทำตามที่เดรโกร้องขอ กลีบปากบางประทับลงบนริมฝีปากได้รูป ลิ้นเล็กไล้เลียริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างไม่ประสา เพียงไม่นานร่างสูงก็กลับเป็นฝ่ายชักนำเสียเอง เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดตอบรับกันอย่างกระหาย นานมากแล้วที่เดรโกไม่ได้แตะต้องเรือนร่างนี้เลยด้วยกลัวว่าจะเป็นการกระทบต่อลูกในท้องของแฮร์รี่จนเกินไป ริมฝีปากถูกถอดถอนเมื่อได้ยินเสียงหวานครางประท้วงคุณชายมัลฟอยผละจากริมฝีปากบางอย่างเสียดาย ถ้าไม่ติดว่าเขายังเจ็บอยู่แฮร์รี่คงไม่รอดพ้นมือเขาไปได้


“คนบ้า...ใครใช้ให้นายจูบฉันแบบนี้” ตากลมโตมองค้อนคนเอาแต่ใจ


“ช่วยไม่ได้ริมฝีปากของนายมันทั้งนุ่มทั้งหวานขนาดนั้นฉันอดใจไมไหวหรอกแฮร์รี่” พูดพลางหยักยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลอยทำให้แฮร์รี่ผ่อนคลายความกังวล


“ไปนอนได้แล้วแฮร์รี่ นายต้องพักผ่อนให้มากๆ”


“โรซี่!...”


‘ป๊อบ!...’ สิ้นเสียงเรียกของร่างสูงเอลฟ์รับใช้ปรากฏตัวขึ้นโดยพลัน “เป็นนายท่านเรียกโรซี่”


“พานายหญิงไปส่งที่ห้องอยู่ดูแลจนกว่านายหญิงจะหลับ เข้าใจไหม?” สั่งความกับเอลฟ์ตัวจ้อย ก่อนจะหันไปกล่าวคำราตรีสวัสดิ์กับร่างบาง


“ราตรีสวัสดิ์นะที่รัก” แฮร์รี่พยักหน้ารับ จมูกโด่งรั้นเลื่อนเข้าไปแตะผิวแก้มของคนรักอย่างรวดเร็วแล้วจึงรีบเดินกลับไปยังห้องพักของตน

************************************

 ‘แกร๊ก...แกร๊ก’ เสียงแปลกประหลาดดังมาจากหน้าต่างเป็นเหตุให้ร่างเล็กลืมตาตื่นขึ้นจากนิทรา แว่นตาบนโต๊ะข้างหัวเตียงถูกหยิบมาใส่ นกฮูกนาตัวโตกระพือปีกทรงตัวอยู่ในอากาศจะงอยปากกำลังเคาะกระจกเพื่อให้คนข้างในได้ยิน แฮร์รี่รีบลุกจากเตียงเดินตรงไปเปิดหน้าต่างบานนั้นมือบางเอื้อมไปหยิบจดหมายที่ผูกติดมากับขาข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่ออ่านเนื้อความในจดหมาย

‘...คุณมัลฟอยมีไข้ขึ้นสูง และเพ้อไม่ได้สติอยู่ตลอดเวลาขอให้คุณรีบมาที่ห้องพยาบาลเป็นการด่วน…

...มาดามพรอมฟรีย์’

อาการงัวเงียก่อนหน้านี้หายไปหมดจิตใจว้าวุ่นอยากจะรีบไปหาคนที่อยู่ในห้องพยาบาลเสียเดี๋ยวนี้ มือเล็กหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวมทับเหลียวมองหาไม้กายสิทธิ์แล้วรีบผลุนผลันออกไปจากห้องนอน ปล่อยให้กระดาษสีขาวปลิวตกลงบนพื้นโดยไม่สนใจที่จะเก็บมันขึ้นมา 


สองเท้าพาตัวเองไปหาร่างสูงอย่างเร่งรีบเสียงฝีเท้าดังก้องกังวานไปทั่วระเบียงทางเดินที่ทอดยาว สีหน้าและแววตาหวาดวิตกไปกับอาการของคนรักตามที่จดหมายฉบับนั้นบอกไว้ ริมฝีปากบางยกยิ้มนิดๆ เมื่อมองเห็นมุมกำแพงข้างหน้าเพียงแค่เลยแนวกำแพงนี้ไปเขาก็จะได้พบกับเดรโกในอีกไม่กี่นาที


“จะไปไหนพอตเตอร์?!” ร่างระหงของเด็กสาวผมสีดำสลวยปรากฏตัวตรงมุมกำแพง


“เธอ...เธอคือ?...” แฮร์รี่หยุดชะงักสองเท้าก้าวถอยหลังเมื่อมองเห็นบางสิ่งในดวงตาสีนิลคู่นั้น มือเรียวกระชับไม้กายสิทธิ์ในเสื้อคลุม


“เอ็กซ์ส...” 


ริมฝีปากร้องตะโกนร่ายคาถาปลดอาวุธแต่กลับถูกอีกฝ่ายที่ไวกว่าร่ายมนตราพุ่งเข้าพันธนาการร่างกายเขาในทันที


“อินคาเซอรัส!!~~”  เชือกหลายสายพุ่งออกมาจากกลางอากาศเข้ามัดตัวแฮร์รี่เอาไว้แน่นหนา เด็กหนุ่มล้มลงกับพื้นจากแรงปะทะของคาถาก่อนที่สติทั้งหมดจะเลือนหายไป


“อุ้มขึ้นมาสิ แล้วตามฉันมา” เด็กสาวนัยน์ตาสีนิลร้องสั่งร่างสูงที่เดินออกมาจากหลังรูปปั้นหิน


แขนแข็งแรงของใครบางคนช้อนตัวแฮร์รี่ขึ้นมาอย่างระมัดระวังดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าของคนที่ตนหลงรัก ก่อนจะเดินตามร่างระหงของคาธรีน่าไปจนสุดระเบียงทางเดิน

************************************

แสงแดดในยามเช้าของวันใหม่เข้ามาเยือนร่างสูงบนเตียงด้านในกำลังนั่งรอคนรักอย่างอารมณ์ดี แผลที่หลังสมานเข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนแทบจะไร้ร่องรอยของอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด นับว่ายาของมาดามพรอมฟรีย์มีสรรพคุณที่วิเศษจริงๆ แต่นี่ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขาอารมณ์ดี หากเป็นเพราะเขามีอะไรบางอย่างจะให้ร่างบางแปลกใจ


ในกระเป๋าเสื้อคลุมราคาแพงตัวใหม่มีกล่องกำมะหยี่กล่องเล็กเก็บซ่อนอยู่ ภายในกล่องบรรจุสิ่งล้ำค่าที่จะเป็นตัวแทนความรักของเขาทั้งหมดให้แก่อีกฝ่ายได้รับรู้ พรุ่งนี้จะเป็นวันที่เด็กๆ ทุกคนรอคอย วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาไม่เคยมีความหมายกับตัวเขาเลยสักครั้ง แต่มาในปีนี้เดรโกคิดอยากจะใช้วันแห่งความรักเป็นสื่อกลางในการกล่าวอะไรบางอย่างที่เขาไม่เคยพูดให้ใครได้ยิน เดรโกเตรียมสิ่งนี้ไว้ให้แฮร์รี่ตั้งนานแล้วและมันก็ถูกส่งมากับนกฮูกเหยี่ยวตัวโปรดเมื่อตอนเช้ามืดตามคำสั่งของเขา คิ้วเรียวเริ่มขมวดเข้าหากัน สายป่านนี้แล้วทำไมเขาถึงยังไม่เห็นแฮร์รี่ เจ้าตัวไม่น่าจะมาสายขนาดนี้


“มัลฟอยเป็นยังไงบ้าง...แล้วแฮร์รี่ล่ะ?” เสียงของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้คุณชายมัลฟอยต้องหยุดความคิดนั้นไว้ ใบหน้าคมหันไปมองเจ้าของเสียง


“เธอถามฉันแล้วฉันจะรู้มั้ยเกรนเจอร์” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท


“อ้าว..ฉันก็นึกว่าแฮรรี่อยู่กับเธอซะอีก” เฮอร์ไมโอนี่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ


“เมื่อกี้ฉันกับรอนไปตะโกนเรียกอยู่หน้าห้องตั้งนานเห็นว่าไม่ออกมา ฉันก็เลยมาถามนายนี่ไง” คำบอกเล่าจากปากของเด็กสาวทำให้ร่างสูงยันกายลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องพักของพวกเขาทั้งสองทันทีโดยมีรอนและเฮอร์ไมโอนี่วิ่งตามแทบไม่ทัน


เมื่อทั้งสามมาถึงหน้ารูปภาพขนาดใหญ่ เดรโกรีบบอกรหัสผ่านก่อนจะเดินเข้าไป ภายในห้องเงียบสนิทร่างเล็กไม่ได้อยู่ที่เตียงใหญ่ เดรโกเดินหาจนทั่วห้องทั้งในห้องน้ำและส่วนที่ถูกกั้นให้เป็นที่แต่งตัว ไม่ปรากฏร่างของคนรักแต่อย่างใด ดวงตาคมหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ปล่อยให้อีกสองคนยืนมองด้วยความไม่เข้าใจ


“มัลฟอยแฮร์รี่ไม่ได้ไปหาเธอเหรอ”


“เมื่อคืนแฮร์รี่อยู่กับฉันจนดึก ฉันสั่งให้เอลฟ์ไปส่งแฮร์รี่ที่ห้อง แต่ทำไม...โรซี่!” เดรโกหยุดพูดไปเสียเฉยๆ แต่กลับร้องเรียกเอลฟ์รับใช้ขึ้นมาแทน


“เจ้าค่ะนายท่าน” เสียงแหลมเล็กของโรซี่ดังขึ้นทางด้านหลังของทั้งสามคน


“เมื่อคืนแกอยู่เป็นเพื่อนนายหญิงจนเข้านอนหรือเปล่า” น้ำเสียงยังคงราบเรียบ พยายามถามอย่างใจเย็น


“เจ้าค่ะ โรซี่อยู่รอจนนายหญิงหลับ เป็นนายท่านสั่งเอาไว้”


“โรซี่แฮร์รี่บอกอะไรกับเธอบ้างหรือเปล่าก่อนที่จะหลับไปน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงเงียบไป


“นายหญิงบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะไปหานายท่านเจ้าค่ะ” เอลฟ์ตัวจ้อยตอบรับพลางหันไปมองผู้เป็นนาย


เมื่อได้ฟังคำตอบของเอลฟ์รับใช้เดรโกเริ่มตระหนักแล้วว่าแฮร์รี่ไม่ใช่แค่หายตัวไปธรรมดามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น มือใหญ่กำแน่นเมื่อนึกถึงคนที่เป็นตัวการในเรื่องนี้ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวหันไปสั่งเอลฟ์ของตน


“ไปตามอลันมาพบฉันที่นี่!”


“เกรนเจอร์ วีสลีย์ ไปบอกดัมเบิลดอร์ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไปเค้นความจริงจากใครบางคน” ร่างสูงรีบหมุนกายเดินออกไปจากห้องทันทีที่กล่าวจบ


“เชอะ!...ทำมาเป็นสั่งเราไม่ใช้คนใช้มันนะ” เสียงของรอนดังขึ้นหลังจากที่ร่างสูงออกไปแล้ว


“รอน! ฉันคิดว่าเราควรทำตามที่มัลฟอยบอก บางทีอาจมีใครจับแฮร์รี่ไป”


“ห๊ะ!...เฮอร์ไมโอนี่เธอคิดมากไปหรือเปล่าจอมมารตายไปแล้วนะ จะมีใครที่ไหนที่จ้องจะฆ่าแฮร์รี่อีก”


“ฉันไม่รู้หรอกนะรอน เราคงต้องรอคำตอบจากมัลฟอยเท่านั้น” เด็กสาวส่ายหน้าพร้อมกับลากแฟนหนุ่มให้ตามออกไปทันที

 

ทางเดินในคุกใต้ดินเดรโกกำลังเดินไปตามทางเดินอย่างเร่งรีบ ในใจนึกเป็นกังวลกับการการหายตัวไปของแฮร์รี่ก่อนที่พ่อบ้านประจำตระกูลจะมาพบเขาต้องเค้นเอาความจริงจากปากของพาร์กินสันเสียก่อน เมื่อเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นเขาก็พบพาร์กินสันกำลังเดินลงมาจากหอนอนหญิงพอดี


ร่างสูงตรงรี่เข้าไปทำให้เจ้าหล่อนนึกหวาดกลัว เด็กนักเรียนคนอื่นๆ ต่างพากันทยอยออกจากห้องนั่งเล่นรวมเมื่อเห็นแล้วว่าคุณชายแห่งสลิธีรินอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ควรเข้าใกล้ แพนซี่รีบหันหลังเตรียมกลับเข้าไปในหอนอนหญิง แต่เสียงทรงอำนาจกลับเรียกหล่อนเอาไว้จนไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน


“พาร์กินสัน! เธอพาแฮร์รี่ไปไว้ที่ไหน” ตาคมจ้อมมองอีกฝ่ายนิ่ง


“อะ...อะไรฉันไม่เข้าใจที่เธอพูด...มะ...มัลฟอย” ตอบกลับเสียงสั่น ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลยสักนิด


“แฮร์รี่หายไป คนที่คิดร้ายกับคนรักของฉันมันจะเป็นใคร...ถ้าไม่ใช่เธอ”


“ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ มัลฟอยจะให้พูดยังไงเธอถึงจะยอมเชื่อ” กล่าวปฏิเสธถึงแม้จะยังคงเกรงกลัวคนตรงหน้าอยู่ก็ตาม


“จะให้ฉันเชื่อเธออย่างนั้นเหรอ ขนาดแมวตัวเล็กๆ อย่างทินเซลเธอยังจะฆ่ามันได้ลงคอเพราะความริษยาของเธอ แต่ครั้งนี้มันมากเกินไปแล้วนะพาร์กินสัน เธอบังอาจเอาตัวแฮร์รี่ไป ...อยากจะลองดีกับฉันใช่ไหม?!”


“ไม่ใช่นะ...ธะ...เธอกำลังเข้าใจผิด”


“หึหึ...เข้าใจผิดงั้นเหรอ ฉันว่าสิ่งที่ฉันคิดมันถูกแล้ว ตอนที่กริฟฟอนเตลิดก็คงจะเป็นฝีมือเธอด้วยใช่มั้ยไม่อย่างนั้นอยู่ดีๆ ไอ้ครึ่งนกครึ่งสิงโตนั่นมันจะเกิดบ้าขึ้นมาได้ยังไง บอกฉันมาเดี๋ยวนี้พาร์กินสันว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นฝีมือของเธอ” เดรโกตรงเข้าจับแขนเล็กของเด็กสาว ตะคอกถามอย่างหมดความอดทน


“ฉะ...ไม่รู้ ...ฉะ...ฉันไม่ได้ทำ เธอจะมากล่าวหาฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ”มือเล็กพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกจากต้นแขนของตน


“ถ้าเธอไม่ได้ทำแล้วใครหน้าไหนมันจะกล้าทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ได้อย่างเธออีก ...พาร์กินสัน!” ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธ


“คะ...คาธรีน่า วันนั้นฉันเห็นคาธรีน่าจ้องนกนั่น ปากของหล่อนพึมพำอะไรบางอย่าง มันเหมือน...เหมือน...” เสียงแหลมนเงียบลงเหมือนกำลังใช้ความคิด


“เหมือนอะไร? เธอว่าเหมือนอะไร!” มือที่จับต้นแขนเล็กเอาไว้ยิ่งออกแรงบีบจนแขนขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงตามแรงบีบของมือ


“เหมือนกับ... มันเหมือนกับคาธรีน่าสั่งให้มันทำ สั่งให้มันทำร้ายพะ...พอตเตอร์” เด็กสาวรีบตอบอย่างหวดกลัว ดูเหมือนว่าเดรโกในวันนี้จะน่ากลัวกว่าวันที่เรียกเธอเข้าไปในห้องหลายเท่า


“ฉันจะเชื่อเธอได้แค่ไหนพาร์กินสัน?”


“ฉันพูดจริงๆ  ฉันไม่ได้โกหก ฉันเห็นคาธรีน่าทำแบบนั้นจริงๆ” หล่อนยังคงยืนยันคำพูดเดิม


“ก็ได้ฉันจะลองเชื่อเธอสักครั้ง แต่จำเอาไว้ให้ดีถ้าหากเรื่องที่เธอบอกฉันในวันนี้ไม่เป็นความจริง ฉันจะทำให้ตระกูลพาร์กินสันต้องสูญสิ้นทุกอย่าง ...จำเอาไว้!” มือแกร่งปล่อยแขนเรียวให้เป็นอิสระก่อนจะหันหลังกลับออกไปจากห้องนั่งเล่นรวม ทิ้งให้เด็กสาวทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว

************************************

 หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากปากแพนซี่ พาร์กินสัน ร่างสูงจึงสั่งพ่อบ้านคนสนิทที่มารอพบอยู่นานแล้วให้ส่งคนไปสืบประวัติของคาธรีน่าโดยละเอียด ถึงแม้ว่าเดรโกจะไม่ค่อยเชื่อในคำบอกเล่าของแพนซี่สักเท่าไหร่แต่ก็ดีกว่าเขาไม่ทำอะไรเลย จากช่วงสายจนเวลาล่วงเลยมาถึงยามเย็นร่างสูงก็ยังไม่ได้รับข่าวใดๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าดัมเบิลดอร์จะให้คนของภาคีช่วยตามหาแล้วก็ตาม


 คุณชายมัลฟอยล้มตัวลงนอนบนเตียงหลังใหญ่อย่างอ่อนแรง แต่แล้วก็ต้องรีบลุกขึ้นเมื่อสัมผัสได้ว่าเหมือนมีอะไรอยู่ใต้หมอน มือใหญ่ล้วงเข้าไปหยิบวัตถุประหลาดขึ้นมาดูให้แน่ชัด มันคือกล่องใบสวยที่ถูกผูกริบบิ้นไว้อย่างดี ร่างสูงค่อยๆ แกะมันออกมาด้วยความระมัดระวัง ช็อกโกแลตรูปหัวใจถูกบรรจุอยู่ภายในกล่อง ผิวหน้าเรียบๆ ของมันมีเพียงแค่คำเดียวที่ถูกเขียนไว้ คำๆ เดียวที่ทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นพอจะสงบลงได้ คำว่า ‘รัก’ คำเดียวที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่มีให้กันได้ทั้งหมด ริมฝีปากกระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้นและริมฝากอิ่มแดงของเจ้าของช็อกโกแลตชิ้นนี้


แล้วดวงตาคมต้องสลดลง เขาไม่รู้ว่าแฮร์รี่หายไปไหน และไม่รู้ว่าร่างบางจะยังปลอดภัยอยู่หรือเปล่า แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าแฮร์รี่นำไม้กายสิทธิ์ติดตัวไปด้วย แต่มันจะช่วยอะไรได้ในเมื่อตอนนี้แฮร์รี่ใช้ได้แค่เวทมนตร์เบื้องต้นเท่านั้น ยิ่งคิดถึงตรงนี้ก็ยิ่งทำให้หัวใจที่เคยมีแต่ความด้านชากลับเจ็บปวดขึ้นโดยพลัน หากร่างบางและลูกในท้องเป็นอะไรไปเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร มันเป็นคำถามที่เดรโกเฝ้าหาคำตอบอยู่เสมอในเวลาที่แฮร์รี่กำลังได้รับอันตราย


“แง๊ว...แง๊ว” เสียงร้องของเจ้าขนฟูทำให้เดรโกต้องหันไปมองตามเสียง ดวงตาสีเทาจ้องมองด้วยความแปลกใจ ทินเซลกำลังคาบอะไรบางอย่างอยู่ในปากของมัน มือแกร่งเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้น คลี่มันอ่านอย่างใจเย็น เนื้อความในจดหมายแทบจะทำให้ร่างสูงฉีกทึ้งกระดาษแผ่นนั้นให้แหลกคามือ ใครกันที่บังอาจทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้ ประกายตาฉายแสงแห่งความน่ากลัวออกมาในทันที จดหมายถูกกำแน่นจนแทบจะแหลกคามือ เดรโกรีบรุดออกไปจากห้องหมายจะกลับไปยังคฤหาสน์เพื่อจัดการเรื่องทั้งหมดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว


“มัลฟอยเธอจะไปไหน?” เสียงของเฮอร์ไมโอนี่รั้งร่างสูงให้หันกลับมา


“ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน เกรนเจอร์” ตอบกลับอย่างไม่สนใจ


“ที่ฉันถามก็เพราะว่าฉันกลัวว่านายจะหายไปอีกคนแล้วทีนี้ใครจะช่วยตามหาแฮร์รี่กันล่ะ” เด็กสาวกล่าวท้วงพลางส่ายหน้ากับท่าทีที่ไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่นักของอีกฝ่าย


“ฉันไม่หายไปไหนหรอกเกรนเจอร์ ฉันกำลังจะไปตามหาแฮร์รี่อยู่นี่ไง”


“แล้วนายรู้เหรอมัลฟอยว่าแฮร์รี่หายไปไหน บางทีแฮร์รี่อาจจะอยากไปที่ไหนคนเดียวสักพักก็ได้” รอนพูดขัดขึ้นหลังจากทนเงียบอยู่นาน


“อยากไปคนเดียวเหรอวีสลีย์แล้วนี่มันคืออะไร ไอ้กระดาษแผ่นนี้มันคืออะไร?!” แผ่นกระดาษสีขาวยื่นออกมาตรงหน้า โดยที่เฮอร์ไมโอนี่รีบคว้ามันไปดู ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างเมื่อเห็นข้อความที่เขียนอยู่ในจดหมาย ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากัน


“นะ...นี่มันลายมือของฟอนเทียร์ ทำไมลายมือของฟอนเทียร์ถึงอยู่ในจดหมายนี้?” เด็กสาวเงยหน้ามองเดรโกอย่างแปลกใจ


“หมายความว่ายังไงเกรนเจอร์เธอว่านี่เป็นลายมือของฟอนเทียร์งั้นเหรอ?”


“ใช่!...ถ้าฉันจำไม่ผิดฉันเคยเห็นลายมือของเธอตอนที่เราทำรายงานวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ด้วยกัน” คำตอบของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เดรโกเริ่มมั่นใจในสิ่งที่แพนซี่ พาร์กินสันบอกกับเขาก่อนหน้านี้


“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าพาร์กินสันพูดถูก ที่ไอ้นกบ้านั่นเตลิดก็เป็นฝีมือของฟอนเทียร์”


“อะไรนะ!!...เธอหมายความว่ายังไงมัลฟอย ฟอนเทียร์เป็นคนทำให้ลูกกริฟฟอนวิ่งไปทางแฮร์รี่อย่างนั้นเหรอ ถ้างั้นก็แสดงว่าที่แฮร์รี่หายตัวไปก็เป็นฝีมือของฟอนเทียร์ใช่มั้ย?!” ด้วยความฉลาดของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้เธอสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที โดยที่รอนได้แต่ยืนทำตาปริบๆ พยายามคิดตามในสิ่งที่สองคนกำลังพูดคุยกัน


“ถูกแล้วเกรนเจอร์ ฉันจะกลับคฤหาสน์เร่งให้คนสืบหาประวัติของฟอนเทียร์ ส่วนเธอไปบอกเรื่องทั้งหมดให้ดัมเบิลดอร์รับรู้ ยังไงก็ต้องตามหาตัวแฮร์รี่ให้เจอโดยเร็วที่สุด”


“ตกลงมัลฟอยฉันจะทำตามที่เธอบอก”


“ขอบใจเกรนเจอร์” เสียงทุ้มกล่าวขอบคุณ มันเป็นคำขอบคุณที่ออกมาจากใจจนเด็กสาวสัมผัสได้ในน้ำเสียงนั้น
เดรโกกลับมายังคฤหาสน์ของตัวเองด้วยความเร่งรีบ เมื่อมาถึงเขาก็พบกับนาร์เดียยืนรออยู่ก่อนแล้วนางรีบเข้ามาสอบถามถึงการหายตัวไปของแฮร์รี่อย่างร้อนใจ จนผู้เป็นสามีต้องเข้ามาห้ามปรามอยู่นานกว่านางจะสงบลงได้ อลันถูกเรียกให้มาพบยังห้องทำงานของคุณชายเจ้าของคฤหาสน์รายงานล่าสุดระบุไว้ว่า คาธรีน่า ฟอนเทียร์เป็นลูกนอกสมรสที่เกิดจากภรรยาลับของหนึ่งในผู้เสพความตายที่หนีรอดการจับกุมของเหล่ามือปราบมาร เมื่อครั้งสงครามเพิ่งจะจบลง


‘ปังง!!...’ ฝ่ามือแกร่งตบโต๊ะเสียงดังลั่น เอกสารในมือถูกกำแน่นดวงตาสีเทาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเคือง ความเย็นเยียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้องเดรโกกำลังโกรธจนถึงขีดสุด ผู้หญิงคนนั้นบังอาจมาลองดีกับคนอย่างเขา หล่อนกล้าดียังไงถึงจับเอาตัวคนรักของเขาไปแบบนี้ ร่างสูงกวาดสายตาอ่านทวนรายงานในมืออีกครั้งเนื้อความในกระดาษระบุเอาไว้ว่ามรดกชิ้นสุดท้ายที่พ่อของหล่อนทิ้งเอาไว้ให้นั้นคือบ้านร้างในแถบชนบทของเมืองเดวอน  ตาคมหรี่ลงอย่างใช้ความคิดก่อนจะออกคำสั่งกับพ่อบ้านคนสนิทให้ทำตามคำสั่งที่ตนต้องการ


“ฉันจะไปที่นั่น เตรียมคนของเราให้พร้อม ส่งข่าวไปบอกดัมเบิลดอร์ว่าเราคงจะได้เจอกับผู้เสพความตายกลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่” คุณชายมัลฟอยกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยแรงโทสะที่พร้อมจะประทุออกมาได้ทุกเวลาหากมีใครกล้าขัดคำสั่งแม้เพียงนิดเดียว


“ขอรับนายท่าน” ร่างของพ่อบ้านหายไปเมื่อได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนาย


เดรโกมั่นใจ แฮร์รี่จะต้องอยู่ที่นั่น...

 

TBC