2007/Feb/20

Harry Potter FanFiction


By: Zuse
Style: Yaoi
Pairing: Draco Malfoy/Harry Potter
Rate: PG-13 (This Part)
Spoilers: No


Part 8


ล่วงเข้าสู่ช่วงการแข่งขันควิชดิชรอบสอง ตอนนี้ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของแฮร์รี่และเดรโกจะดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเกมการแย่งสนามฝึกซ้อมจะไม่เกิดขึ้นอีก เพียงแต่ว่ารูปแบบการแข่งขันช่วงชิงสนามมันแตกต่างออกไปจากทุกที จากที่คุณชายมัลฟอยคอยจ้องจะตัดหน้าแฮร์รี่เหมือนทุกครั้งกลับเปลี่ยนเป็นต่างฝ่ายต่างแข่งกันไปขอใบอนุญาตจากศาสตราจารย์ประจำบ้านให้ได้ก่อนอีกฝ่าย ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ยอมรับสิทธิ์ที่ได้ฝึกซ้อมของกันและกันแต่โดยดี ภาพการประจันหน้าและการทุ่มเถียงระหว่างกัปตันทีมกริฟฟินดอร์และสลิธีรินจึงไม่มีให้เห็นอีกต่อไป

หลายคนก็ได้แต่แปลกใจว่าทำไมเดี๋ยวนี้ถึงไม่ค่อยได้เห็นคนดังสองคนแห่งฮอกวอตส์พูดจาหาเรื่องและ ทะเลาะกันเหมือนแต่ก่อน บางคนก็คิดไปว่าทั้งสองคนคงจะเบื่อกับการที่จะต้องมานั่งโต้เถียงกัน บางคนก็ว่าทั้งสองฝ่ายอาจจะเรียนหนักและเตรียมตัวสำหรับการสอบ ยิ่งแฮร์รี่ด้วยแล้วมีข่าวลือออกมาว่าหลังเรียนจบเด็กหนุ่มจะเข้าสมัครคัดเลือกเป็นมือปราบมาร ส่วนคุณชายมัลฟอยน่ะเหรอไม่ต้องบอกก็รู้กันอยู่แล้วว่ามัลฟอยมีธุรกิจมากมายที่ต้องดูแล จะมีก็เพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้สาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมศัตรูคู่อาฆาตของทั้งสองบ้านถึงไม่พูดจาหาเรื่องกันเหมือนเคย

แฮร์รี่เธอจะปิดเรื่องที่เธอไปญาติดีกับมัลฟอยไว้จนถึงเมื่อไหร่ เฮอร์ไมโอนี่สะกิดเรียกเพื่อนสนิท หลังจากที่ได้ยินเสียงซุบซิบที่ห้องสมุดเรื่องการยุติการทะเลาะเบาะแว้งของทั้งสองฝ่าย

ก็ปิดมันไปจนกว่าจะเรียนจบมั้ง เธอถามทำไมเฮอร์ไมโอนี่ เด็กหนุ่มละสายตาจากกองหนังสือตั้งใหญ่ที่ใช้สำหรับทำการบ้านวิชาปรุงยา เดี๋ยวนี้ทำไมสเนปถึงให้การบ้านกับเขามากเป็นพิเศษ หรือเพราะจะได้ยินข่าวลือที่เขาอยากเป็นมือปราบมารศาสตราจารย์ประจำวิชาปรุงยาเลยนึกพิศวาสสั่งงานให้แฮร์รี่มากกว่าคนอื่นเท่าตัว

เธอจะปิดไปเพื่ออะไร ทำไมไม่บอกไปเลยล่ะว่าเธอกับมัลฟอยญาติดีกันแล้ว

อย่าดีกว่า เธอลองคิดดูนะถ้าทุกคนรู้ว่าความสัมพันธ์ของฉันกับมัลฟอยเปลี่ยนไปคนพวกนั้นก็ต้องสงสัยว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เปลี่ยน แล้วทีนี้ทุกคนก็จะรู้ว่าเป็นเพราะทินเซล สุดท้ายทุกคนก็ต้องรู้ว่ามัลฟอยได้ทินเซลมาจากใคร เพราะฉะนั้นฉันว่าปิดไว้แบบนี้มันดีกว่าเป็นไหนๆ ไม่ต้องถามแล้วแม่คนขี้สงสัยเธอมาช่วยฉันทำการบ้านของสเนปดีกว่า ไม่รู้นึกพิศวาสอะไรฉันขึ้นมาถึงได้ให้การบ้านเยอะขนาดนี้ เด็กหนุ่มรีบตัดบทเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวจะยังคงซักไซ้ไม่เลิก

เอา...ก็ได้ๆ ถ้าเธอต้องการแบบนั้น...เฮ้อ เด็กสาวถอนหายใจก่อนจะช่วยเพื่อนรักจัดการกับกองการบ้านตรงหน้า

************************************

พรุ่งนี้นายแข่งกับเรเวนคลอใช่มั้ย พอตเตอร์ คุณชายแห่งบ้านสลิธีรินถามขึ้นหลังจากที่ฉุดแขนร่างบางเข้ามาในมุมลับตาคน

อืม...ใช่มีอะไรเหรอ แฮร์รี่มองหน้ามัลฟอยอย่างงงๆ กับการกระทำของร่างสูง

ก็ไม่มีอะไร แค่อยากจะบอกว่าเอาชนะให้ได้ล่ะ ฉันกับนายเราจะได้มาแข่งกันในรอบชิง เดรโกไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท

อ๋อ...ได้สิ แล้วถ้วยควิชดิชในปีนี้มันก็ต้องเป็นของกริฟฟินดอร์อีกตามเคย แฮร์รี่รู้สึกหมั่นไส้ท่าทางกวนประสาทนั่นขึ้นมาตะหงิดๆ จึงตอบกลับไปด้วยแววตาท้าทาย พร้อมกับเชิดใบหน้าขึ้นอย่างผู้เหนือกว่า

ดวงตาสีซีดมองใบหน้าเนียนสวยที่เชิดขึ้นอย่างอวดดี และกว่าที่แฮร์รี่จะรู้ตัว เอวบางก็ถูกคว้าเข้ามาใกล้จนร่างเล็กปะทะกับอกกว้าง นิ้วเรียวของอีกฝ่ายเชยคางมนก่อนจะประกบริมฝีปากลงบนปากอิ่มแดง ลิ้นอุ่นๆ แทรกผ่านกลีบปากบางกวาดหาความหอมหวานภายใน มือใหญ่รั้งท้ายทอยของอีกฝ่ายให้แนบชิดยิ่งขึ้น แต่ลิ้นร้อนยังคงทำหน้าที่สำรวจความหอมหวานจากโพรงปากนุ่มๆ ของร่างบาง

ส่วนแฮร์รี่ที่ตอนนี้สติได้หลุดลอยไปตั้งแต่เห็นใบหน้าของมัลฟอยเข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มถึงกับทำอะไรไม่ถูกได้แต่ปล่อยให้คุณชายมัลฟอยช่วงชิงความหอมหวานไปครอบครองจนได้ จูบที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด จูบที่ไม่สามารถตีความหมายความรู้สึกของร่างสูง มันทำให้แฮร์รี่รู้สึกสับสน แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงปล่อยให้มัลฟอยหยอกเย้าเล่นอยู่กับริมฝีปากบางของตัวเองต่อไปอย่างไม่อาจขัดขืนได้

และในที่สุดเมื่อคนทั้งคู่ได้สติต่างก็ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว แก้มใสๆ ขึ้นสีแดงระเรื่อ ปากอิ่มแดงช้ำจากการหยอกเย้าของร่างสูง เดรโกมองร่างบางตรงหน้าที่กำลังหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนและสับสนในความรู้สึกของตัวเอง ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้ามาครอบงำจนคุณชายแห่งสลิธีรินเริ่มทนไม่ไหว

เอ่อ...ฉันขอตัว ร่างสูงหันหลังให้และรีบสาวเท้าออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันได้ยินเสียงที่ดังขึ้นตามหลัง

ไอ้ๆ...คุณชายงี่เง่า เสียงใสๆ ตะโกนด่าตามหลัง พร้อมกับใช้หลังมือถูริมฝีปากเพื่อลบรอยประทับที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ ตามด้วยเสียงกระซิบเพียงแผ่วเบาที่พอจะจับใจความได้ว่า นายทำแบบนี้ทำไม มัลฟอย

ระเบียงทางเดินที่คลาคล่ำไปด้วยนักเรียนมากมาย ร่างสูงสง่ากำลังเดินมาตามทางอย่างเหม่อลอยมือใหญ่ยกขึ้นลูบเรียวปากอย่าเพ้อๆ รสสัมผัสเมื่อสักครู่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึก เขาเผลอตัวจูบพอตเตอร์ไปได้ยังไงกัน มันเป็นเพียงเพราะท่าทางอวดดีของพอตเตอร์เท่านั้นเหรอ ที่ทำให้เขาเผลอทำอะไรลงไปอย่างนั้น ปากอิ่มของพอตเตอร์มันทั้งนุ่มและหวานละมุน จนทำให้เขาไม่อยากละจากริมฝีปากนั้นออกมาเลย แต่ตราบใดที่ตัวเขายังไม่สามารถแน่ใจและยอมรับกับตัวเองได้ว่าคิดยังไงกับพอตเตอร์ เหตุการณ์แบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

ชายหนุ่มพยายามไล่ความรู้สึกนึกคิดที่เริ่มเกาะกุมจิตใจให้ออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังสนามควิชดิชเพื่อเริ่มการฝึกซ้อม การแข่งขันในวันพรุ่งนี้สลิธีรินจะต้องได้รับชัยชนะเหนือฮัฟเฟิลพัฟให้ได้ แล้วสลิธีรินถึงจะสามารถเข้าไปแข่งรอบชิงกับกริฟฟินดอร์ หากพอตเตอร์สามารถพาทีมของตัวเองชนะเรเวนคลอไปได้เช่นกัน

************************************

เด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนมารวมตัวกันที่สนามควิชดิชเพื่อดูการแข่งขันรอบสองระหว่าง กริฟฟินดอร์กับเรเวนคลอ และ ฮัฟเฟิลพัฟกับสิริธีริน หลังจากการฝึกซ้อมมาอย่างหนักแฮร์รี่สามารถคว้าชัยชนะมาให้กับกริฟฟินดอร์ได้อีกครั้ง การเล่นในครั้งนี้ได้อยู่ในสายตาของคุณชายมัลฟอยมาโดยตลอด ฝีมือการเล่นของแฮร์รี่พัฒนาขึ้นมากจากแต่ก่อน รวมทั้งสายตาและความเร็วในการค้นหาและตามล่าลูกสนิชไม่มีซีกเกอร์คนไหนเทียบได้เลย นี่คงเป็นเพียงอย่างเดียวล่ะมั้งที่เดรโกไม่เคยเอาชนะแฮร์รี่ได้เลยสักครั้ง ไม่ว่าเขาจะฝึกซ้อมมากแค่ไหนแต่เดรโกก็ยังรู้สึกว่าฝีมือของแฮร์รี่ยังเหนือกว่าเขาอยู่ดี

เสียงนกหวีดจากมาดามฮูชดังขึ้น เป็นสัญญาณเตือนเริ่มการแข่งขันคู่ต่อไป เดรโก มัลฟอยเดินเข้าสู่สนามด้วยท่วงท่าสง่างามเรียกเสียงกรีดร้องจากสาวๆ ทั่วทั้งอัฒจันทร์ มือแกร่งสัมผัสกับมือของกัปตันทีมฮัฟเพิลพัฟเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ก่อนที่ทั้งสองทีมจะถีบตัวขึ้นสู่ท้องฟ้ารอเวลาการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มขึ้น เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วทุกทิศทาง เสียงเชียร์ถูกส่งผ่านไปยังที่ที่ไกลออกไป

แพนซี่ พาร์กินสัน เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ร่วมเชียร์ในสนาม แต่หล่อนกลับมาทำตัวน่าสงสัย อยู่หน้าห้องนอนของคุณชายสลิธีรินเหมือนเช่นวันนั้น หลังจากสังเกตเส้นทางที่ปลอดโปร่งไร้ร่องรอยผู้คน แพนซี่จึงลอบเข้าไปในห้องนอนของคุณชายคนดังประจำบ้าน แล้ววันนี้หล่อนได้พบกับแมวอัปลักษณ์ที่เกลียดแสนเกลียด ทินเซลกำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงกว้างของคุณชายมัลฟอย แพนซี่เสกถุงผ้าใบใหญ่พร้อมกับคลุมตัวแมวขนฟูทันที

สัญชาตญาณร่ำร้องบอกกับตัวเองว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย ทินเซลใช้แรงทั้งหมดที่มีทั้งร้องทั้งดิ้นจนผู้บุกรุกเกือบรั้งไว้ไม่อยู่ผงสีขาวในตลับเงินถูกโปรยลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อเปิดปากถุง แค่เพียงนาทีเดียวเสียงร้องและแรงดิ้นของทินเซลก็หายไป ถุงผ้าใบใหญ่ถูกส่งให้กับชายหนุ่มหน้าตาดุดันที่มายืนรอรับคำสั่งจากคุณหนูตระกูลพาร์กินตรงประตูทางเข้าของฮอกวอตส์

จัดการมัน!...อย่าให้มันมีลมหายใจอีกต่อไป เสียงแหลมเจือไปด้วยความเหี้ยมเกรียม แววตาลุกโชนไปด้วยความแค้น รอยยิ้มปรากฏความพึงพอใจ

ครับคุณหนู ชายร่างใหญ่โค้งคำนับก่อนจะหันหลังเดินจากไป ชั่วพริบตาเดียวชายผู้นั้นก็ได้หายตัวไปแล้ว เหลือไว้ซึ่งเสียงหัวเราะที่ชวนให้บาดหูหากใครมาได้ยิน ก่อนที่สาวเจ้าจะรีบสาวเท้าไปยังสนามแข่งขัน

แพนซี่เธอไปไหนมาการแข่งขันจบไปแล้วนะ นัยห์ตาสีนิลของเด็กสาวจับจ้องไปยัง หน้าผากของเพื่อนรักที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นประปราย

เอ่อฉัน...ช่างฉันเถอะน่ะ ว่าแต่เดรโกของฉันชนะใช่มั้ย สาวน้อยแพนซี่รีบเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ให้คาธรีน่าสงสัยอะไรไปมากกว่านี้

ก็ต้องชนะสิ เธอก็รู้ว่าไม่มีใครเก่งเท่า เดร...มัลฟอย

อืม...ถ้างั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ ว่าพลางฉุดรั้งข้อมือเพื่อนสาวให้เดินตามไปด้วยกัน

************************************

ทินเซล...ทินเซล เจ้าแมวเหมียวอยู่ที่ไหน เสียงร้องเรียกจากคุณชายมัลฟอยดังขึ้นเมื่อไม่เห็นแมวตัวโปรดมาตั้งแต่หัวค่ำ

ไปไหนนะ แกนี่ชอบหนีเที่ยวซะจริงๆ หรือว่าจะแอบไปหาพอตเตอร์อีก ถ้างั้นเดี๋ยวก็คงกลับมา ร่างสูงล้มตัวลงนอนบนเตียงใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันควิชดิชที่แสนยาวนาน แต่ถึงอย่างไรเขาก็สามารถเอาชนะฮัฟเฟิลพัฟมาได้อย่างสวยงามล่ะน่า อีกหนึ่งเดือนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศก็จะเริ่มขึ้น เห็นทีเขาคงต้องไปคิดหากลยุทธ์ในการเอาชนะพอตเตอร์ให้ได้

รุ่งอรุณของวันใหม่ได้เริ่มขึ้น สายลมฤดูหนาวเริ่มพัดผ่านมาเยือนปราสาทเก่าแก่อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนต์ศาสตร์ฮอกวอตส์ เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะของนักเรียนหลายๆ คนดังขึ้นในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศยามเช้าแสนวุ่นวายช่างครึกครื้นเสียจริงๆ แต่แล้วความคิดของแฮร์รี่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงยานคางที่คุ้นหูเข้ามาแทนที่

พอตเตอร์ ทิน...เอ่อ...เรามีเรื่องต้องคุยกัน คุณชายมัลฟอยเดินตรงมาที่โต๊ะกริฟฟินดอร์อย่างไม่สนใจต่อสายตาของคนรอบข้าง ร่างสูงกล่าวกับร่างบางพร้อมเดินนำออกไปจากห้องโถง

เดี๋ยวฉันมานะ ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า เด็กหนุ่มส่งยิ้มให้เมื่อเห็นสีหน้าแสดงความเป็นห่วงของเพื่อนรักทั้งสอง ก่อนจะรีบเดินตามร่างสูงที่หายตัวไปจากห้องโถงเสียแล้ว คนอะไรเดินเร็วชะมัด

นายมีอะไรมัลฟอย ถึงได้เดินไปเรียกฉันที่โต๊ะ อยากให้คนอื่นเข้ารู้มากหรือไงว่าศัตรูคู่อาฆาตอย่างเราสองคนญาติดีกันแล้ว ร่างบางอดที่จะพูดเหน็บแนมขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย

ทินเซลอยู่ไหน

ทินเซลอยู่กับนายหรือเปล่าพอตเตอร์ น้ำเสียงที่เคยราบเรียบติดออกจะเฉยชาเสียด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มันกลับฟังดูร้อนรนในความรู้สึกของแฮร์รี่ถึงแม้ว่าผู้พูดจะพยายามปรับให้เป็นปกติก็ตาม

เดี๋ยวๆ ก่อน นายหมายความว่ายังไง ที่ว่าทินเซลอยู่ไหนน่ะ

เมื่อคืนฉันไม่เห็นทินเซลตั้งแต่หัวค่ำ ฉันคิดว่ามันคงไปหานายแต่พอตอนเช้ามันก็ยังไม่กลับมา เดรโกพยายามอธิบายให้ร่างบางเข้าใจถึงสาเหตุที่ตนเองตามหาทินเซล

หมายความว่าทินเซลไม่กลับมาหอนอนตั้งแต่เมื่อคืนใช่มั้ย แฮร์รี่ทวนคำพูดของร่างสูงอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความข้องใจ

ครั้งสุดท้ายนายเห็นทินเซลที่ไหน เมื่อไหร่ เด็กหนุ่มพยายามสอบถามคุณชายมัลฟอยที่ตอนนี้ดูจะร้อนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังคงรักษาท่าทางเรียบเฉยได้อย่างดี

เมื่อวานตอนบ่ายก่อนที่ฉันจะไปสนามควิชดิช ทินเซลนอนอยู่ในห้องของฉัน

แล้วนายหาดูทั่วหรือยังก่อนที่จะมาถามฉันน่ะ

ฉันสั่งให้แครบ กอยล์ไปหาดูแล้วแต่เจ้าสองคนนั่นหาไม่เจอ สีหน้าของเดรโกแสดงออกถึงความผิดหวังเมื่อนึกถึงตอนที่ลูกน้องทั้งสองคนมาบอกว่าหาตัวทินเซลไม่เจอ

มัลฟอยนายคิดว่าไว้ใจสองคนนั่นได้เหรอที่ให้ไปหาทินเซลน่ะ นายลองตามหาเองหรือยัง ร่างบางขึ้นเสียงใส่อย่างเหลืออดไม่คิดเลยว่าเดรโก มัลฟอย ผู้มีสมองอันชาญฉลาด เล่ห์เหลี่ยมกลโกงสารพัดจะมาขาดสติเอาตอนที่เมื่อรู้ว่าแมวตัวโปรดหายไป

จริงสินะ ฉันลืมไปว่าสองคนนั่นไว้ใจไม่ค่อยได้ ขอบใจพอตเตอร์ที่นายเตือนสติฉัน รอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าหล่อเหลาถูกส่งให้กับแฮร์รี่ที่ยืนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น

เอ่อ...ไม่เป็นไร ว่าแต่นั่นนายจะไปไหนน่ะ ร่างบางรีบถามเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังจะผละออกไป

ก็ไปตามหาทินเซลน่ะสิ คุณชายมัลฟอยทำเสียงไม่พอใจเมื่อมีคนมารั้งเขาเอาไว้

แต่นี่มันใกล้เวลาเรียนวิชาของสเนปแล้ว นายอย่าลืมนะว่าวันนี้สเนปจะสอนเรื่องน้ำยาตัวใหม่ที่สำคัญและยากที่สุดที่เราเคยเรียนกันมา เออ...เอากับเขาสิเมื่อกี้ยังขอบใจอยู่เลยมาตอนนี้ทำมาเป็นไม่พอใจ เพิ่งได้เห็นคุณชายมาดหลุดก็วันนี้แหละ

แต่... ร่างสูงเริ่มอึกอักเมื่อนึกขึ้นได้ถึงคำขู่ของสเนป ถึงเขาจะเป็นศิษย์รัก ศิษย์โปรดของสเนป แต่เดรโกก็ไม่เคยขาดเรียนวิชาปรุงยาเลยสักครั้งเดียว ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะว่าเมื่อก่อนเขาชอบที่จะนั่งมองคู่อริคนสำคัญถูกอาจารย์วิชาปรุงยาคอยตำหนิและหาเรื่องตัดคะแนนแฮร์รี่อยู่ตลอดเวลา แต่มาตอนนี้เขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่าที่เขาเข้าเรียนไม่เคยคาด อาจเป็นเพราะอยากเห็นหน้าหวานๆ ที่แสดงอาการโกรธเคืองทุกครั้งที่โดนอาจารย์ประจำวิชาเล่นงานเอาก็ได้ ก็ไอ้หน้าตอนโกรธของพอตเตอร์น่ะมันน่าดูจะตายไป

ฉันคิดว่าทินเซลไม่ได้ไปไหนไกลหรอกคงอยู่แถวนี้แหละ ตอนบ่ายเรามีเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษใช่ไหม ไว้ฉันจะลองถามแฮกริดให้ว่าเห็นทินเซลบ้างหรือเปล่า ยังไงฉันก็จะช่วยนายตามหาทินเซลแล้วกัน มัลฟอย

เอ่อ...ขอบใจพอตเตอร์ เสียงหวานเรียกสติของเดรโกให้หลุดออกมาจากความคิดเมื่อสักครู่ ร่างสูงได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางที่เดินแยกตัวออกไปหาสองสหายคนสนิทที่ยืนรออยู่ไม่ไกลออกไป

มัลฟอยเรียกเธอไปทำไมแฮร์รี่ เด็กสาวถามแฮร์รี่ระหว่างทางไปคุกใต้ดิน

ทินเซลหายไป ฉันก็เลยจะช่วยมัลฟอยตามหาน่ะ การสนทนาต้องหยุดลงแค่นั้นเมื่อพบว่าศาสตราจารย์ประจำวิชาปรุงยาได้มายืนรออยู่ก่อนแล้ว

หักกริฟฟินดอร์ 10 คะแนนโทษฐานไม่ทักทายอาจารย์ เสียงเย็นเยียบออกมาจากริมฝีปากของผู้พูด

พวกเธอควรจะหาที่นั่งกันได้แล้ว หรือว่าอยากจะโดนหักคะแนนอีก พอตเตอร์ จากน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจของสเนป ทำให้พวกเด็กๆ จึงต้องรีบหาที่นั่งก่อนที่จะเสียคะแนนบ้านไปมากกว่านี้

ขอโทษครับศาสตราจารย์ เสียงของผู้มาใหม่เรียกความสนใจจากนักเรียนทั้งห้อง

อ้าว...คุณมัลฟอย เชิญเข้ามาได้ สเนปหันไปยิ้มให้กับลูกศิษย์คนโปรดอย่างยินดี

ไม่ยุติธรรมเลยทำไมสเนปไม่หักคะแนนมัลฟอยล่ะ รอนทำเสียงกระซิบกระซาบกับแฮร์รี่เมื่อเห็นว่ามัลฟอยที่มาช้ากว่าพวกเขากลับไม่โดนหักคะแนนแม้แต่คะแนนเดียว

นายจะบ่นทำไมรอน นายก็รู้ว่าสเนปเป็นแบบนี้ทุกที ร่างบางกล่าวอย่างเบื่อหน่ายที่เด็กหนุ่มผมแดงยังไม่เลิกถามคำถามเดิมเหมือนกับทุกครั้งที่เริ่มเรียน

เมื่อไหร่พวกเธอจะหยุดรบกวนเวลาอันมีค่าสำหรับคนที่ตั้งใจจะศึกษาศาสตร์นี้ซะที พอตเตอร์ วีสลีย์ ฉันขอบอกพวกเธอไว้เลยว่าน้ำยาที่ฉันจะให้พวกเธอในวันนี้เป็นน้ำยาที่ซับซ้อนและยุ่งยากมาก และมันคงไม่เหมาะถ้าจะให้นักเรียนบางคนที่ไม่สนใจมาทำให้เพื่อนๆ เสียสมาธิในการเรียน

เอาล่ะจดส่วนผสมทุกอย่างบนกระดานและรวมถึงวิธีการปรุงยาลำดับก่อนหลัง และปริมาณในการใส่ส่วนผสมทั้งหมด เดี๋ยวนี้ สเนปสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะเริ่มบรรยายถึงสรรพคุณของน้ำยาตัวใหม่

************************************

ชั้นเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษ การเรียนในวันนี้แฮกริดไม่ได้นำสัตว์ประหลาดๆ มาให้นักเรียนดูแลอีกแล้ว เนื่องจากเริ่มตระหนักได้แล้วว่าสัตว์ที่ตนเองเห็นว่าน่ารักและวิเศษมากขนาดไหน แต่มันกลับเป็นตัวอันตรายในสายตาของคนอื่น เป็นอันว่าความน่าตื่นเต้นปนสยองในทุกครั้งที่เข้าเรียนวิชานี้ก็เป็นอันหมดไป

แฮกริด คุณเห็นทินเซลบ้างไหมฮะ แฮร์รี่เริ่มถามถึงทินเซลเมื่อแฮกริดว่างจากการสอน พร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แฮกริดฟัง

ทินเซลเหรอ ฉันไม่เห็นมันตั้งแต่สองวันก่อนแล้วนะแฮร์รี่ ชายร่างยักษ์ผู้ใจดีทำหน้าครุ่นคิดเมื่อรู้ว่าทินเซลหายไป

ฉันจะช่วยตามหาก็แล้วกัน แต่เธอต้องรับปากฉันนะว่าห้ามเข้าไปหาในป่าต้องห้ามตามลำพังเด็ดขาด

ขอบคุณฮะ แฮกริด เด็กหนุ่มรับคำก่อนที่จะไปบอกข่าวแก่มัลฟอย

หลังจากที่ทินเซลหายตัวไปได้สามวันเดรโกเริ่มเป็นห่วงทินเซลมากขึ้น ยิ่งพอตเตอร์มาบอกกับเขาว่าแม้แฮกริดจะช่วยตามหาแต่ก็ยังไม่พบตัวทินเซล หากชายหนุ่มจะสังเกตซักนิดก็คงจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของใครคนหนึ่งในสลิธีริน

ทำไมหมู่นี้เธอดูอารมณ์ดีจังล่ะแพนซี่ คาธรีน่าอดจะแปลกใจกับท่าทางของเพื่อนสาวไม่ได้ ก็สองวันมานี้แพนซี่ พาร์กินสัน ดูครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรชอบกล

หึหึ...ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกคาธรีน่าก็แค่ตัวขวางหูขวางตามันไม่โผล่หน้ามาให้เห็นก็เท่านั้น แพนซี่กล่าวอย่างอารมณ์ดี

ตัวขวางหูขวางตาที่ไหน อย่าบอกนะว่าเป็นแมวของมัลฟอย จะว่าไปแล้วฉันก็ไม่เห็นมันมาหลายวันแล้วนะ หรือว่าเธอ... เด็กสาวทำตาโตจ้องมองเพื่อนรักอย่างจะค้นหาคำตอบ

นี่คาธรีน่าเธออย่ามามองฉันด้วยสายตาแบบนี้นะ ไม่ต้องมาสงสัยฉันเลย เธอก็รู้ว่าเดรโกอยู่กับแมวนั่นแทบจะตลอดเวลา คำแก้ตัวที่แพนซี่กล่าวออกมานั้นมันกลับสร้างรอยยิ้มแห่งความพอใจบนใบหน้าหวานๆ ของคาธรีน่า แต่เด็กสาวก็เก็บซ่อนความพอใจนั้นไว้อย่างมิดชิด จนพาร์กินสันไม่ทันได้สังเกตเห็น

ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเธอสักคำเลยนะ แพนซี่ เด็กสาวกล่าวอย่างตัดพ้อ

************************************

การตามหาทินเซลยังคงดำเนินต่อไป แต่วันแล้ววันเล่าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบเจ้าแมวขนฟู จนในที่สุดเดรโกตัดสินใจที่จะเข้าไปหาในป่าต้องห้ามและการตามหาในครั้งนี้แฮร์รี่ตกลงจะไปกับเขาด้วย โดยให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่คอยตามหาทินเซลรอบๆ บริเวณปราสาทอีกครั้ง

มัลฟอยนี่เราเข้ามาได้ไกลพอสมควรแล้วนะ ทำไมยังไม่เจอซักที แฮร์รี่บ่นอย่างเหนื่อยอ่อน ก็เดินมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของทินเซล

เหนื่อยเหรอพอตเตอร์ เดรโกถามอย่างเป็นห่วงเมื่อสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นที่หน้าผากบาง

ถ้างั้นเรานั่งพักก่อนก็ได้แล้วค่อยกลับออกไป เพราะนี่มันก็ใกล้จะมืดแล้ว ฉันเกรงว่าถ้าเราอยู่ที่นี่กันจนมืดการเดินทางของเราอาจจะไม่ราบรื่นเหมือนกับตอนเราเข้ามา

ทั้งสองหาที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศในป่าต้องห้ามยามเย็นมันช่างดูเงียบเหงาและวังเวงจนเดรโกนึกกลัวขึ้นจับใจถ้าหากทินเซลหลงเข้ามาในนี้จริงๆ แล้วตอนนี้ทินเซลจะปลอดภัยไหมนะ

จริงสิ ฉันลืมไปได้ยังไงนะ ความเงียบถูกทำลายโดยเสียงร้องของแฮร์รี่

มัลฟอยฉันว่าเรามีทางที่จะได้เจอตัวทินเซลแล้วล่ะ แต่เราต้องออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนจะพลบค่ำนะ ยังไม่ทันที่การพูดคุยของคนทั้งคู่จะจบลง เสียงร้องของตัวอะไรสักอย่างดังสะท้อนก้องไปทั่วป่าต้องห้าม เด็กหนุ่มทั้งสองต่างมองหน้ากันอย่างเลิกลั่กก่อนที่แฮร์รี่จะตัดสินใจฉุดมือใหญ่ของมัลฟอยให้วิ่งหนีเสียงที่ใกล้เข้ามาทุกที

เสียงฝีเท้าเงียบหายเหลือไว้แต่เพียงเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากที่ทั้งสองพากันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ชั่วแว๊บนึงที่เดรโกเหลียวกลับไปมองข้างหลังเขาสาบานได้เลยว่า ไอ้ตัวที่มันส่งเสียงร้องเมื่อกี้มันคือตัวกริฟฟอนอย่างแน่นอนจากการคาดเดาของเขามันไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียวแน่ๆ แต่ว่ากริฟฟอนมาอยู่ในป่าต้องห้ามได้อย่างไร

นั่นทางออกเร็วมัลฟอยเรารีบไปกันเถอะก่อนที่เจ้าของเสียงร้องประหลาดมันจะตามมา เสียงของแฮร์รี่ช่วยฉุดรั้งให้สติของคุณชายมัลฟอยกลับคืนมา แต่คราวนี้ร่างสูงเป็นฝ่ายคว้ามือเล็กของอีกฝ่ายมากระชับเอาไว้ในอุ้งมือใหญ่ก่อนจะฉุดร่างของแฮร์รี่ให้เดินตามออกไป

กว่าทั้งสองจะมาถึงบริเวณทางเข้าของป่าต้องห้ามก็เป็นเวลาพลบค่ำพอดี ต่างคนต่างอยู่ในอาการเหนื่อยหอบแต่เดรโกก็ยังคงจับมือแฮร์รี่ไว้แน่นเหมือนกลัวว่าคนข้างๆ จะหลุดลอยหายไปเหมือนแมวตัวโปรดของตน จนมีเสียงของร่างบางท้วงติงขึ้นมานั่นแหละ คุณชายมัลฟอยถึงรู้สึกตัวและปล่อยมืออีกฝ่าย แฮร์รี่ก็ได้แต่พยายามข่มความเขินอายเอาไว้เมื่อนึกได้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามามัวเขิน ต้องตามหาทินเซลให้เจอซะก่อน ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในปราสาทแต่ก็ยังไม่ลืมหันมาตะโกนบอกกับร่างสูง

มัลฟอย เที่ยงคืนนายมาเจอฉันที่ห้องน้ำชั้นสองนะ

เที่ยงคืนเหรอ คุณชายแห่งสลิธีรินย้ำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับเดินตามแฮร์รี่เข้าไปในปราสาท

************************************

ยามดึกในคืนเดือนหงายตามระเบียงทางเดินที่เงียบเหงา เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวทำให้เวลานี้เด็กทุกคนมักที่จะเลือกซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นมากกว่าจะมาเดินเพ่นพ่านในยามค่ำคืนให้เสี่ยงต่อการถูกฟิลช์จับได้ ร่างสูงที่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนเดินมาตามทางอย่างเร่งรีบเพื่อไปตามนัดของพอตเตอร์ เมื่อถึงที่นัดหมายคุณชายมัลฟอยค่อยๆ ก้าวผ่านประตูบานใหญ่เข้าไป ผ้าคุมล่องหนถูกปลดออกแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของคนนัด ร่างสูงลังเลอยู่สักครู่ก่อนจะรู้สึกได้ว่ามีใครอยู่ข้างหลัง

นายมาช้านะมัลฟอย แฮร์รี่กล่าวอย่างตำหนิ นัดเที่ยงคืนจนนี่มันเลยมาครึ่งชั่วโมงแล้วเพิ่งโผล่หัวบลอนด์ๆ มาเหรอ เดี๋ยวปั๊ด!! ไม่ให้ดูแผนที่ซะเลยนี่

โทษฉันไม่ได้พอตเตอร์ ถ้าจะโทษนายต้องไปโทษยายพาร์กินสันตัวแสบที่เกาะแขนฉันไม่ยอมปล่อยตั้งแต่หัวค่ำจนฉันต้องขู่ให้ไปนอน ว่าแต่นายเถอะเรียกฉันมามีอะไรหรือว่านึกพิศวาสติดใจรสจูบของฉันในวันนั้น รอยยิ้มปรากฏอยู่ที่มุมปากพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาที่ร่างบาง

ไอ้บ้า ใครเขาไปติดใจอะไรของนายกันเล่า อย่ากวนโมโหได้มั้ย วันๆ คิดแต่เรื่องแบบนี้หรือไง ใบหน้าหวานงอง้ำด้วยความโกรธปนอาย แต่เจ้าตัวจะรู้ไหมว่านั่นน่ะมันทำให้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชายน้ำแข็งเกือบจะละลาย

ตกลงๆ ฉันไม่กวนนายแล้วก็ได้มีอะไรก็รีบว่ามา ฉันยังไม่อยากเจอยายเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญหรอกนะ ร่างสูงตัดบทเมื่อเห็นว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ อีกทั้งยังกลัวความรู้สึกของตัวเองว่าจะเผลอไปทำอะไรร่างบางเข้าอย่างควบคุมไม่ได้ พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงร้องไห้โหยหวนก็ดังมาจากห้องน้ำด้านใน ร่างโปร่งใสลอยออกมาจากห้องน้ำ จับจ้องคุณชายมัลฟอยด้วยแววตาตัดพ้อ

กระซิกๆ ใจร้ายจังเลยพ่อรูปหล่อ ฉันรึออกจะหลงใหลในความหล่อเหลาของเธอ แต่เธอมองฉันเหมือนกับว่าฉันไม่มีตัวตนอย่างนั้น ตัดพ้อต่อว่าด้วยความน้อยใจจนทำให้ผู้ถูกต่อว่าหมดความอดทน

เธอมันไม่มีตัวตนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอเมอร์เทิล แล้วฉันยังต้องไปมองอะไรเธออีกล่ะ เพียงแค่จบคำพูดของเดรโก ผีสาวผู้อาภัพก็ถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน จนแฮร์รี่ต้องเป็นฝ่ายดึงข้อมือร่างสูงให้วิ่งหนีแทบไม่ทันแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะคว้าเอาผ้าคลุมล่องหนทั้งของตัวเองและคนก่อเรื่องติดมือไปด้วย

ในที่สุดคนทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่บริเวณริมทะเลสาบ เมื่อความเหนื่อยเริ่มจางหายตวงตากลมโตก็ตวัดสายตามองไปยังคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที

มัลฟอยนายจะหยุดปากเสียสักครั้งจะได้มั้ย แฮร์รี่แหวใส่อย่างโกรธๆ

อะไร ฉันพูดอะไรผิดอย่างงั้นเหรอ มันก็จริงใช่มั้ยล่ะที่ยายผีนั่นไม่มีตัวตนอยู่แล้ว ร่างสูงโต้กลับทันควันอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กับร่างบางง่ายๆ คนอย่างคุณชายมัลฟอยไม่เคยยอมแพ้ใคร

ก็ใช่แต่ถ้านายสงบปากสงบคำเราก็คงไม่ต้องมาวิ่งหาที่คุยกันใหม่แบบนี้หรอก คิ้วเรียวเริ่มขมวดขึ้นแสดงออกถึงความไม่พอใจ

ก็ได้ๆ เราเลิกพูดถึงเรื่องนี้แล้วมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ร่างสูงบอกออกมาอย่างยอมแพ้เมื่อเห็นว่าแค่นี้ก็เสียเวลากันมานานมากแล้ว แต่แล้วอยู่ๆ เสียงหัวเราะของแฮร์รี่ก็ดังขึ้น

ฮ่าฮ่า...นายนี่ก็เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะนอกจากแมวจะติดแล้วผีก็ยังมาหลงอีก เสียงหัวเราะใสๆ กับใบหน้าหวานๆ มันทำให้เดรโกรู้สึกหมดความอดทน

หนอย...คนเขาอุตส่าห์เข้าเรื่องแล้วยังมานอกเรื่องอีกเหรอ ดีแบบนี้เราจะได้เห็นดีกัน

พอตเตอร์ถ้านายยังไม่หยุดหัวเราะ แล้วว่าธุระของนายมา ถ้าฉันเกิดหน้ามืดหมดความอดทนเผลอไปทำอะไรนายเข้าอีก คราวนี้อย่ามาว่ากันนะ แฮร์รี่รีบยกสองมือขึ้นปิดปาก พร้อมกับถอยกรูดเมื่อเห็นร่างสูงเดินเข้ามาประชิด

เอ่อ...ไม่แล้วๆ มัลฟอย เรามาเข้าเรื่องกันได้แล้ว คือ...ที่ฉันเรียกนายมาก็เพราะว่าฉันมีวิธีที่เราจะรู้ได้ว่าทินเซลอยู่ที่ไหน เสียงใสตะกุกตะกักพยายามเบี่ยงเบนความสนใจคนตรงหน้าสุดฤทธิ์

ว่ามาสิ ฉันรอฟังอยู่ สองมือยกขึ้นกอดออกพลางจ้องมองร่างบางอย่างพิจารณา

คือฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่ได้หาทินเซลโดยใช้ไอ้นี่เลย เด็กหนุ่มล้วงเอาแผ่นกระดาษสีน้ำตาลเก่าๆ ออกมาจากเสื้อคลุมแล้วส่งให้ร่างสูง

มันคืออะไรพอตเตอร์ ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไรเลย เดรโกขมวดคิ้วพลางมองแผ่นกระดาษเก่าๆ ในมืออย่างมึนงง

มันเรียกว่าแผนที่ตัวกวน มันจะแสดงสถานที่ทั้งหมดในฮอกวอตส์ ชื่อของทุกคนในฮอกวอตส์จะไปแสดงอยู่บนแผนที่นี้ว่าใครอยู่ตรงส่วนไหนภายในฮอกวอตส์ รวมถึงบริเวณป่าต้องห้ามด้วย ร่างบางรีบอธิบายให้เดรโกเข้าใจทันทีก่อนที่คุณชายมัลฟอยจะอาละวาดใส่ หาว่าเขาเอาของไร้สาระมาให้ดู

งั้นก็แสดงว่าถ้าทินเซลยังอยู่ในฮอกวอตส์เราก็สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้ทินเซลอยู่ที่ไหน นายหมายความว่าอย่างนั้นใช่มั้ยพอตเตอร์ แฮร์รี่พยักหน้าหงึกหงักตอบรับคำพูดของร่างสูง

แล้วนายได้มันมาได้ยังไง ตาคมเพ่งมองเหมือนกำลังจะจับผิดร่างบาง

อย่าเรื่องมากนักได้ไหมเล่า เอาเป็นว่าหาทินเซลให้เจอก่อน ส่วนฉันจะได้แผนที่มายังไงไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังแฮร์รี่เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด เรื่องมากนักเดี๋ยวก็เอาไปดูคนเดียวซะเลย

ตกลงๆ แล้วนายจะบอกวิธีใช้มันได้หรือยัง เป็นอีกครั้งที่เดรโกต้องตั้งคำถาม ก็เพราะเท่าที่เห็นอยู่ในมือตอนนี้มันก็แค่กระดาษเปล่าธรรมดา

นายต้องเอาไม้กายสิทธิ์มาแตะที่กระดาษแล้วพูดว่า ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีไม่ได้ ร่างสูงทำตามที่แฮร์รี่แนะนำ ครั้นแล้วตัวหนังสือสีเขียวขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ก่อนจะกลับกลายไปเป็นแผนที่แสดงรายละเอียดทั้งหมดของปราสาทฮอกวอตส์และบริเวณรอบๆ โรงเรียน เดรโกเงยหน้ามองสบตากับดวงตาสีเขียวใสอย่างประหลาดใจ แฮร์รี่ได้แต่ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วอธิบายให้ฟังต่อไปว่า

เมื่อนายใช้เสร็จก็แค่เคาะที่แผ่นกระดาษอีกครั้งแล้วพูดว่า แผนลวงสำเร็จแล้ว มันก็จะลบหายไปเอง ร่างสูงพยักหน้ารับรู้ในสิ่งที่แฮร์รี่เพิ่งอธิบายไปเมื่อสักครู่ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันกวาดสายตามองหาจุดเล็กๆ ที่หวังว่าจะได้เห็นชื่อของทินเซลปรากฏอยู่ในแผนที่ตัวกวน แต่ความหวังทั้งหมดก็ต้องมลายหายไปสิ้นไม่ว่าจะพลิกแผ่นกระดาษกวาดสายตาหาเท่าไหร่ก็ยังไม่พบทินเซลอยู่ดี

ไม่มี! มันไม่มีพอตเตอร์ ร่างสูงกล่าวอย่างสิ้นหวังความหวังที่เหลืออยู่พังทลายเมื่อไม่พบชื่อของแมวตัวโปรดจากแผนที่ตัวกวน

มันหายไปไหน ทินเซลหายไปไหน เดรโกตะโกนออกมาอย่างควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ ความผิดหวังถาโถมเข้ามาในจิตใจที่เหนื่อยล้า ความทรงจำในวัยเด็กกลับคืนมาอีกครั้ง

ใจเย็นๆ สิ มัลฟอย ฉันเชื่อว่าทินเซลต้องไม่เป็นอะไร มันคงไม่ได้ไปไหนไกลหรอก ทำไมนายไม่ลองให้คนของนายตามหาดูล่ะ เด็กหนุ่มพยายามเตือนสติมัลฟอย

แล้วเราจะไปเริ่มจากตรงไหน ดวงตาสีซีดมีแววหวาดหวั่น

ก็ต้องเริ่มจากใกล้ๆ ฮอกวอตส์ เช่น ที่ฮอกส์มี้ด แล้วค่อยขยายออกเป็นวงกว้างตามแถบชนบทหรือไม่ก็ตามหมู่บ้านต่างๆ

************************************

ตลอดเวลาที่พูดคุยกัน แฮร์รี่รู้สึกว่าทำไมมัลฟอยที่ปกติจะเป็นคนสุขุมเยือกเย็นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเผชิญกับปัญหาเรื่องใด ปัญหานั้นจะใหญ่แค่ไหนคุณชายมัลฟอยคนนี้สามารถผ่านมันมาได้หมด แต่ทำไมปัญหาในครั้งนี้ดูเหมือนมัลฟอยจะไม่สามารถคิดแก้ไขปัญหาได้ เมื่อความสงสัยได้เข้ารบกวนจิตใจแฮร์รี่จึงตัดสินใจถามร่างสูงอย่างช้าๆ

มัลฟอย...เอ่อ...ทำไมนายถึงได้ให้ความสำคัญกับทินเซลมากขนาดนี้ มันคงไม่ใช่แค่เหตุผลที่ว่าทินเซลเป็นสัตว์เลี้ยงของนายแค่นั้นใช่มั้ยดวงตากลมโตยังคงเหม่อมองออกไปนอกทะเลสาบ ร่างที่นั่งพิงต้นไม้ใหญ่ลืมตาขึ้นหลังจากได้ยินเสียงใสถามในสิ่งที่กระทบจิตใจพอดี

ทินเซลไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง ทินเซลเปรียบเหมือนครอบคัวของฉัน เพื่อนของฉัน มันทำให้ฉันไม่ต้องทนเหงาเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว หรือเวลาที่ฉันมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ฉันจะสามารถผ่อนคลายได้ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้มัน ตอนฉันเป็นเด็ก คงสักประมาณ 6 ขวบได้มั้ง ฉันไปเจอลูกแมวหลงทางมันหลงเข้ามาในสวนภายในคฤหาสน์ ฉันเก็บมันมาเลี้ยง นายก็รู้ว่าพ่อของฉันเป็นคนยังไง พ่อมักจะพูดกรอกหูฉันเสมอว่า มัลฟอยต้องเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด ความอัดอั้นทั้งหมดถูกระบายออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมีใครสักคนที่พร้อมจะรับฟัง

อยากจะฟังต่อไหม เดรโกหันไปถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป คำตอบที่ได้รับคือการพยักหน้าจากเจ้าของดวงตากลมโตที่กำลังตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ ท่าทางของแฮร์รี่ในตอนนี้ มันชวนให้ร่างสูงอดยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตต่อไป

สิ่งที่ดีสุดสำหรับมัลฟอยมันหมายถึงทุกๆ อย่าง แม้กระทั่งการคบเพื่อน เพื่อนที่มัลฟอยเลือกคบ คือเพื่อนที่ไม่มีความจริงใจ เพื่อนที่มีแต่ความจอมปลอม หลอกลวง โอ้อวดความร่ำรวยกันไปวันๆ แต่เมื่อฉันได้ลูกแมวตัวนั้นมามันเปรียบเสมือนเพื่อนตัวแรกที่ไม่มีการเสแสร้ง ไม่มีการหลอกลวง แต่ในที่สุดมันก็ต้องจบชีวิตต่อหน้าฉัน ในขณะที่ฉันได้มันมาเป็นเพื่อนแค่เพียงอาทิตย์เดียว เรื่องราวในอดีตหยุดชะงัก พร้อมกับเสียงถอนหายใจของร่างสูง

แล้วทำไมมันถึงตาย แฮร์รี่ซักถามอย่างอยากรู้

พ่อของฉันฆ่ามันเองกับมือ ต่อหน้าฉันที่เป็นแค่เพียงเด็กอายุ 6 ขวบ โดยฉันไม่สามารถปกป้องเพื่อนของฉันเอาไว้ได้เลย ทำได้แค่เพียงยืนมองพ่อฆ่ามันต่อหน้าต่อตา

เพราะสาเหตุนี้มันเลยทำให้นายกลายเป็นเดรโก มัลฟอยอย่างทุกวันนี้ใช่มั้ย เดรโกหันมามองหน้าแฮร์รี่อย่างแปลกใจ

อะไรทำให้นายสรุปแบบนั้น พอตเตอร์

ก็แววตาของนายไงล่ะ เวลาที่นายอยู่กับทินเซลนายรู้ตัวมั้ยทุกครั้งที่สายตาเย็นชาของนายจ้องมองทินเซลมันจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนทันที ฉันเห็นมันตั้งแต่วันที่นายไปยืนมองทินเซลอยู่ที่ร้านขายสัตว์แล้ว แล้วนายรู้บ้างไหมว่าฉันมักนึกอิจฉาทินเซลทุกครั้งเวลาที่ได้รับความอ่อนโยนจากนาย ร่างบางได้แต่เก็บสิ่งที่คิดเอาไว้ในใจ

แต่ตอนนี้ไม่มีทินเซลอีกแล้วพอตเตอร์ ถึงฉันจะมีอิทธิพล ร่ำรวยเงินทองมากแค่ไหนแต่มันก็ได้พิสูจน์ออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนนั้นหรือตอนนี้ฉันก็ยังไม่สามารถปกป้องเพื่อนตัวเล็กๆ เอาไว้ได้ ดวงตาสีเทาที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดหันไปสบกับนัยน์ตากลมโตสีมรกตที่ทอดมองมายังร่างสูงด้วยความรู้สึกเห็นใจ มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะบ่ากว้างอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มปลอบใจ ถูกส่งมอบให้กับร่างสูง

อย่างห่วงเลยฉันเชื่อว่าคราวนี้นายต้องปกป้องแมวของนายได้ ทินเซลจะต้องกลับมา ไม่ทันที่แฮร์รี่จะชักมือกลับ ข้อมือเล็กของร่างบางได้ถูกมือแกร่งจับยึดเอาไว้ ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้

นายมาเป็นแมวของฉันได้ไหม พอตเตอร์ ริมฝีปากได้รูปกระซิบที่ข้างหูของร่างบางอย่างแผ่วเบา

ไม่มีเสียงตอบรับ มีแต่เพียงเสียงสายลมของฤดูหนาวพัดผ่าน พร้อมกับร่างสองร่างที่ยังคงไม่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบที่แสงจันทร์ในยามค่ำคืนสาดส่องลงมากระทบกับผิวน้ำจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับเช่นเดียวกับแววตาของคุณชายแห่งสลิธีริน


TBC

2007/Feb/20

Harry Potter FanFiction


By: Zuse
Style: Yaoi
Pairing: Draco Malfoy/Harry Potter
Rate: PG-13 (This Part)
Spoilers: No


Part 7


คาธรีน่าฉันเกลียดไอ้แมวบ้านั่น เสียงแหลมๆ ของพาร์กินสันกล่าวอย่างอาฆาตแค้น

ฉันต้องกำจัดมันออกไปให้พ้นจากชีวิตของฉันกับเดรโกให้ได้ ตั้งแต่มีมันเดรโกก็ไม่เคยสนใจฉันอีกเลย อะไรๆ ก็ไอ้แมวอัปลักษณ์ แถมแมวนั่นก็มารยาทซะไม่มีทำเป็นเรียบร้อยน่ารักต่อหน้าเดรโก แต่พอเจอหน้าฉันมันกลับเห็นฉันไม่อยู่ในสายตา เห็นทีคงอยู่ร่วมกันไม่ได้ซะแล้ว สาวน้อยแพนซี่ระบายออกมาอย่างเคียดแค้น

เมื่อก่อนเดรโกก็ไม่ค่อยสนใจเจ้าหล่อนอยู่แล้ว แต่ก็ยังพอมีบ้างที่จะพูดจาด้วย ถึงมันจะไม่ใช่คำพูดที่ฟังแล้วรื่นหูสักเท่าไหร่ แต่มันก็ยังดีกว่าตอนนี้ นอกจากแมวบ้าที่ชื่อทินเซลแล้วดูท่าเดรโกจะไม่สนใจอะไรอีก ที่สำคัญความใกล้ชิด ความเอาใจใส่ที่มัลฟอยมีให้กับแมวตัวนั้นมันก็ทำให้ปรอทความอิจฉาของแพนซี่พุ่งขึ้นสูงอยู่ทุกวัน

แล้วเธอจะทำยังไงล่ะแพนซี่ อย่าบอกนะว่าเธอจะขโมยทินเซลแล้วเอาไปขังไว้ที่อื่นน่ะ ไม่มีทางหรอก เพราะเวลามัลฟอยไม่อยู่ก็ให้แครบกักอยล์ดูให้ไม่ใช่เหรอ

นั่นสิ แต่ถ้าไม่มีคนอยู่เลยล่ะ มันก็เป็นโอกาสดีไม่ใช่เหรอ แพนซี่หันมาทางเด็กสาว ดวงตาเป็นประกายแฝงไว้ซึ่งความเจ้าเล่ห์อย่างชัดเจน

แล้วเธอจะหาโอกาสอย่างนั้นได้ที่ไหน ฉันยังไม่เห็นมีเลย คาธรีน่ามองตาเพื่อนสาวอย่างประหลาดใจ

โธ่ๆ คาธรีน่าที่รัก เธอนี่ช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ เอาเถอะเธอคอยดูแล้วกันว่าฉันจะทำสำเร็จมั้ย แล้วก็ขอบใจนะสิ่งที่เธอพูดมันเป็นประโยชน์กับแผนการในครั้งนี้มากเลย แล้วสาวเจ้าก็รีบเดินกลับเข้าห้องนอนเพื่อไปเตรียมการอะไรบางอย่าง โดยปล่อยให้เพื่อนสาวนั่งอยู่ตามลำพังภายในห้องนั่งเล่นรวม

หึหึหึ...ใครกันแน่ที่ไม่รู้อะไรเลยแพนซี่ ดวงตาสีนิลสะท้อนกับเปลวไฟในเตาผิง รอยยิ้มน่ากลัวปรากฏบนใบหน้าหวาน

************************************

เช้าวันนี้เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นปี 3 ดูคึกคักเป็นพิเศษ เหตุเพราะทางโรงเรียนได้อนุญาตให้นักเรียนไปเที่ยวฮอกส์มี้ดได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดเรียนมา เด็กๆ พากันตื่นแต่เช้าอย่างสดใส ยกเว้นใครบางคน

แฮร์รี่...ทำไมเธอดูเหมือนคนอดนอนแบบนี้ล่ะ เฮอร์ไมโอนี่มองดูอาการของเด็กหนุ่มอย่างเป็นห่วง

นั่นสิแฮร์รี่ เมื่อคืนนายไปไหนมาแล้วกลับมาตอนกี่โมง รอนพยายามถามถึงสาเหตุของการอดนอนกับแฮร์รี่มาตั้งแต่เช้า แต่ร่างบางก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลย จนเด็กหนุ่มผมแดงต้องเป็นฝ่ายเลิกสนใจไปเอง

ฝ่ายแฮร์รี่ที่สภาพในตอนนี้ดูแทบไม่ได้ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาดำคล้ำคล้ายหมีแพนด้า ก็จะไม่ให้เขามีสภาพเป็นแบบนี้ได้อย่างไร เมื่อคืนกว่าจะกลับถึงหอนอนก็ปาเข้าไป ตี 4 ถ้าไม่บังเอิญไปเจอกับฟิลช์เข้าก่อน แฮร์รี่ก็คงจะกลับถึงหอนอนตั้งนานแล้ว เด็กหนุ่มต้องเสียเวลาเลี่ยงไปใช้อีกทางหนึ่งเพื่อไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับภารโรงงี่เง่าประจำฮอกวอตส์ แล้วด้วยความที่จิตใจไม่อยู่กับตัวเขาดันเลือกเส้นทางผิดแทนที่จะไปถึงหอนอนเร็วขึ้นผลมันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

ฉันไม่เป็นไรแค่ง่วงนอนนิดหน่อย เด็กหนุ่มว่าพลางปิดปากหาว สภาพที่เห็นในตอนนี้ของแฮร์รี่ พร้อมที่จะฟุบลงบนโต๊ะกินข้าวได้ทุกเวลา

เธอไปฮอกส์มี้ดไหวมั้ย ไม่ไปก็ได้นะแฮร์รี่ เฮอร์ไมโอนี่ถามย้ำอีกครั้งอย่างเป็นห่วง

ไปไหว ฉันไปไหว จะไปเมื่อไหร่ก็ปลุกด้วยแล้วกัน ทำไงได้ถึงจะง่วงนอนแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากอยู่คนเดียวนี่ เหตุการณ์เมื่อคืนมันยังคงชัดเจนอยู่ในหัว ขืนอยู่คนเดียวได้คิดฟุ้งซ่านจนไม่ได้นอนอีกแน่ คิดแล้วก็น่าโมโห เมื่อคืนไอ้คุณชายงี่เง่าคงจะนอนหลับสบายล่ะสิ ก็แน่ล่ะสบายใจได้แล้วนี่ที่ไม่มีใครมาแย่งทินเซลไปจากตัวเอง แต่ด้วยความง่วงที่เข้ามาครอบงำทำให้แฮร์รี่ไม่ทันสังเกตเห็นใครบางคนที่โต๊ะสลิธีรินที่ตอนนี้ก็มีอาการไม่ต่างไปจากตัวเองเลย

************************************

เอ่อ...มัลฟอยนายไหวมั้ยจะกลับไปนอนหรือเปล่า หลังจากสังเกตท่าทางของลูกพี่มานาน แครบก็ทำใจกล้าถามขึ้นโดยมีกอยล์คอยให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ

ไม่...ฉันไม่อยากกลับไปนอน ร่างสูงตอบกลับมา พยายามทำให้ตัวเองสดชื่น

เมื่อคืนหลังจากกลับหอนอนแล้วเดรโกก็นอนไม่หลับ สมองเอาแต่ครุ่นคิดถึงใบหน้าหวานๆ ยามเมื่อมีน้ำตาเม็ดใสคลอเต็มดวงตาสวย เพียงแค่นั้นตัวเขาก็เผลอเรียกชื่อของพอตเตอร์ออกมาแล้ว ดีนะที่รู้ตัวเสียก่อนตอนหลังถึงได้กลับตัวมาเรียกพอตเตอร์เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าคำเรียกแทนตัวได้เปลี่ยนไป ถึงจะแค่ครั้งเดียวก็เถอะ นึกแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้ลิ้มรสความหอมหวานจากริมฝีปากอิ่มนั่น สัมผัสจากแก้มเนียน กลิ่นผมหอมกรุ่นยังคงติดจมูกมาจนถึงตอนนี้ นั่นแหละเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขานอนไม่หลับ จนต้องมานั่งตาปรืออยู่ตรงนี้

ได้เวลาไปฮอกส์มี้ดหรือยังกอยล์ ร่างสูงถามออกมาทั้งๆ ที่ยังปิดปากหาว

ได้เวลาแล้วมัลฟอย เราไปกันเถอะ

คุณชายแห่งสลิธีรินลุกขึ้นสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง เส้นผมสีบลอนด์ปลิวพลิ้วไปตามแรงสะบัดก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือขึ้นเสยผม การกระทำของร่างสูง เล่นเอาสาวๆ ที่แอบมองแทบจะละลายไปตามๆ กัน แต่เดรโกหาได้สนใจไม่ กลับมีสิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มเพิ่งสังเกตเห็น ตั้งแต่เช้ามาเขายังไม่เห็นหรือได้ยินแม้แต่เสียงแหลมๆ ของแม่สาวจอมตื้อพาร์กินสันที่ปกติจะเกาะติดเขาตลอดเวลา

เอ...วันนี้พาร์กินสันหายไปไหน แต่ก็ดีแล้วมียัยนี่อยู่ใกล้ทีไรมันน่ารำคาญทุกที เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงเดินนำแครบ กอยล์ ออกจากห้องโถงเพื่อไปรายงานตัวกับฟิลช์


หอนอนสลิธีริน

แพนซี่ ไม่สบายหรือเปล่า ไปฮอกส์มี้ดไหวมั้ย มือเล็กๆ สัมผัสเบาๆ ที่หน้าผากเพื่อนรัก เพื่อวัดอุณหภูมิจากร่างกาย

คาธรีน่าฉันแค่ปวดหัวนิดหน่อย นอนพักก็หาย เธอไปเถอะ ขอโทษด้วยนะที่ไปฮอกส์มี้ดกับเธอไม่ได้ เสียงที่แหลมเล็ก ตอนนี้กลับฟังดูแหบแห้ง ใบหน้าอิดโรยดูซีดเซียว

อืม...นอนพักซะนะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันไปคนเดียวได้ เด็กสาวกระชับผ้าห่มให้กับเพื่อนรักเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับคนป่วยบนเตียง

งั้นฉันไปก่อนนะแพนซี่ คาธรีน่าหันกลับมามองร่างบนเตียงอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป

ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท แพนซี่ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วโดยไม่มีร่องรอยของคนป่วยให้เห็นอยู่เลย รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ขอโทษนะคาธรีน่าที่ฉันต้องหลอกเธอ แต่เธอเองก็ซื่อแสนซื่อแบบนี้สิฉันถึงชอบเธอเป็นพิเศษ เด็กสาวพึมพำขอโทษเพื่อนสาวที่แสนซื่อของเธอ

ภายนอกหอนอนสลิธีริน คาธรีน่ากำลังเดินไปตามทางยาวของระเบียงริมฝีปากบางบ่นพึมพำเพียงให้ตัวเองได้ยิน

หึ...แพนซี่เธอนี่ช่างโง่จริงๆ ไม่มีคนป่วยที่ไหนหรอกที่จะไม่สบายโดยที่เนื้อตัวเย็นแบบนั้น แต่ก็ขอบคุณความโง่ของเธอที่ทำให้ฉันสามารถทำอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น

เมื่อถึงจุดหมายสายตาของหล่อนพยายามมองหาเจ้าของร่างสูงสง่า แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อไม่พบบุคคลที่ต้องการเจอ เด็กสาวเดินไปรายงานตัวกับฟิลช์ก่อนจะออกเดินทางไปฮอกส์มี้ดตามลำพัง

************************************

ร้านรวงต่างๆ ภายในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดยังคงเหมือนเดิม เด็กนักเรียนจากฮอกวอตส์กำลังพูดคุยและเลือกซื้อสินค้าภายในร้านต่างๆ อย่างสนุกสนาน แต่มีอีกมุมหนึ่งที่เห็นจะมีนักเรียนสนใจมากเป็นพิเศษ และหนึ่งในนั้นก็มีแม่สาวไฮเปอร์จากบ้านกริฟฟินดอร์นั่นเอง

เฮอร์ไมโอนี่เธอจะพาพวกเรามาที่นี่ทำไม รอนบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อเค้าต้องมาเบียดเสียดกับบรรดาสาวๆ และอาจรวมถึงเด็กผู้ชายบางคนด้วย

รอน เธอไม่รู้อะไรเลยเหรอ นี่น่ะ ซินิตร้า วอนแทรปป์ นักพยากรณ์สาวชื่อดังเลยนะ เธอมาเปิดการพยากรณ์ที่นี่ แต่ก็แค่สองวันเท่านั้น โชคดีจังเลยที่เรามาตอนที่เธออยู่พอดี เด็กสาวอธิบายให้แฟนหนุ่มฟังอย่างกระตือรือร้น

ฉันนึกว่าเธอจะไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ซะอีก ตั้งแต่ตอนที่เธอเดินออกมาจากชั้นเรียนของทรีลอว์นีย์ตอนนั้น แฮร์รี่ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนสาวบอก

ก็แหมแฮร์รี่ ยัยทรีลอว์นีย์นั่นน่ะ ก็เป็นแค่จอมสร้างเรื่องเท่านั้น เธอก็รู้ว่ายัยนั่นทำนายว่าเธอจะตายทุกปี แล้วเป็นไงฉันก็เห็นว่าเธอกลับมาที่ฮอกวอตส์ทุกปีโดยไม่มีอะไรบุบสลายเช่นกัน เด็กสาวมองสำรวจร่างบางของเด็กหนุ่มพลางอมยิ้ม

นั่น!...นั่นแฮร์รี่ พอตเตอร์! คนดังแห่งโลกเวทมนต์ โอ้...ในที่สุดฉันก็ได้เจอเธอ เสียงแหบแห้งของหญิงสาวนักพยากรณ์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงวุ่นวายของเหล่าบรรดานักเรียนจากฮอกวอตส์

ซินิตร้า วอนแทรปป์ หญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานด้วยเสื้อผ้าเนื้อดีสีม่วงสดทำให้ผิวขาวของเธอดูผุดผ่องอย่างน่าประหลาด ผมดำสลวยถูกเกล้าเป็นมวยประดับด้วยปิ่นทองคำ หล่อนลุกออกจากที่นั่งในกระโจมแล้วเดินตรงมาหาเด็กหนุ่มทันที นิ้วเรียวขาวคว้าข้อมือของแฮร์รี่ฉุดรั้งเด็กหนุ่มเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าเธอ เมื่อเธอหย่อนกายนั่งลงตรงข้ามกับเด็กหนุ่ม การสนทนาจึงเริ่มขึ้น

ฉันดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเธอคุณพอตเตอร์ ก่อนอื่นฉันขอชื่นชมในความกล้าหาญของเธอที่กล้าเผชิญหน้ากับจอมมารจนได้รับชัยชนะ และขอแสดงความเสียใจเรื่องพ่อทูนหัวของเธอด้วย ซีเรียส แบล็ก นับว่าเป็นเพื่อนของฉันด้วยเหมือนกัน หญิงสาวกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้กับเด็กหนุ่ม

ขอบคุณฮะ แต่ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่สามารถปราบโวลเดอมอร์ได้ ยังมีศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ และทุกคนที่ร่วมมือกัน และคนที่สำคัญที่ทำให้เราได้รับชัยชนะก็คือ นายลูเซียส มัลฟอย

อ่า...ใช่สินะนายมัลฟอย ถ้าเขาไม่กลับใจหันหลังให้กับจอมมาร อัลบัส ดัมเบิลดอร์ คงต้องเสียกำลังคนไปมากกว่านี้แน่ๆ เอาล่ะ ในเมื่อฉันได้เจอเธอแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันขอพยากรณ์ดวงชะตาของเธอจะได้มั้ย หญิงสาวว่าพลางจ้องลึกในดวงตาสีมรกต มือข้างหนึ่งเลื่อนมาจับมือของแฮร์รี่ไว้ ชั่วเวลาหนึ่งเด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกดยามที่ถูกดวงตาของอีกฝ่ายมองลึกเข้าไปในแววตาของเขา

เอ่อ...อย่าดีกว่าฮะ ผมไม่ค่อยชอบการพยากรณ์เท่าไหร่ เมื่อได้สติแฮร์รี่จึงปฏิเสธอย่างนุ่มนวล พร้อมกับค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุมของซินิตร้า

เธอคงจะมีอะไรฝังใจกับวิชาพยากรณ์ล่ะซิ ได้ยินมาว่าซีบิลสอนวิชานี้ใช่มั้ย เธอไม่ต้องกังวลกับคำทำนายของซีบิลหรอก เธอก็เป็นแบบนี้แหละแต่มันก็ไม่เคยเป็นจริงอย่างที่เธอพูดซักครั้ง นอกจากว่าเธอจะพยากรณ์ออกมาตอนที่เธอไม่รู้ตัว และจงจำไว้เลยว่าไม่ว่านักพยากรณ์ที่เก่งกาจแค่ไหนก็ไม่มีใครที่มีพรสวรรค์มากเท่ากับซีบิล ทรีลอว์นีย์

คุณรู้จักศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ด้วยเหรอฮะ เด็กหนุ่มถามอย่างสงสัย

โอ้...ทำไมจะไม่รู้จักล่ะตระกูลทรีลอว์นีย์เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงทางด้านพยากรณ์จะตาย และซีบิลก็เป็นรุ่นน้องของฉันเอง หญิงสาวยิ้มให้แฮร์รี่อีกครั้ง แต่ยิ้มในครั้งนี้มันดูมีความหมายอะไรซ่อนอยู่ในรอยยิ้มนั้น

ผมคงต้องขอตัวก่อนนะฮะ เพื่อนของผมรอนานแล้ว แฮร์รี่รีบขอตัวกลับไปหารอนและเฮอร์ไมโอนี่เมื่อเห็นว่าตัวเองหายเข้ามานานแล้ว และบรรยากาศในตอนนี้มันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล

เดี๋ยวก่อนคุณพอตเตอร์ ซินิตร้าเรียกแฮร์รี่ไว้ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินออกจากกระโจมพยากรณ์

ฉันขอเตือนเธอไว้ อีกไม่นานเธอจะพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งแม้แต่เธอเองก็ไม่อาจคาดคิด ขอให้เธออย่าได้ชะล่าใจในโชคชะตา เพราะมันอาจนำพาเธอไปพบกับสิ่งสำคัญที่จะทำให้ตัวเธอเองเปลี่ยนไป คุณพอตเตอร์ แฮร์รี่ได้แต่เพียงพยักหน้ารับพร้อมกับหมุนกายเดินออกไปสมทบกับเพื่อนสนิททั้งสอง

นายเข้าไปทำอะไรน่ะ แฮร์รี่ยายหมอดูนั่นทำอะไรนายหรือเปล่า รอนรีบร้อนถามแฮร์รี่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเดินฝ่านักเรียนกลุ่มใหญ่ออกมา

ไม่มีอะไรหรอกก็แค่ถามถึงเรื่องทั่วๆ ไปน่ะ แล้วก็เธอพยาการณ์อะไรให้ฉันนิดหน่อย อย่าไปสนใจเลย ร่างบางบอกปัดรอน แฮร์รี่ยังไม่อยากบอกเรื่องที่ได้ยินมาเพราะตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันจะเกิดเรื่องดีหรือร้าย แฮร์รี่ไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองต้องมาเป็นกังวลเกี่ยวกับตัวเขาอีก จะขออยู่อย่างสบายๆ สักปีนึงมันไม่ได้เลยหรือไง

ฉันอิจฉาเธอจังแฮร์รี่ น้อยคนนักที่จะได้พูดคุยกับซินิตร้า วอนแทรปป์อย่างใกล้ชิดแถมยังดูดวงชะตาให้เธอเองอีกด้วย เด็กสาวทำนัยน์ตาเคลิ้มฝัน เมื่อรู้ว่าเพื่อนรักได้ดูดวงชะตากับนักพยากรณ์ชื่อดัง

เฮอร์ไมโอนี่... รอนลากเสียงยาวเรียกชื่อแฟนสาวอย่างไม่เข้าใจ

************************************

ภายในห้องนั่งเล่นรวมสลิธีรินแพนซี่ พาร์กินสันกำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้องคุณชายแห่งบ้านสลิธีริน สองมือเล็กๆ ค่อยๆ ผลักบานประตูเข้าไป สองเท้าพยายามลงน้ำหนักอย่างเบาที่สุด กวาดสายตาไปทั่วห้องเพื่อมองหาร่างเล็กขนฟู แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อไม่เจอไอ้แมวบ้าอย่างที่ตั้งใจ

ไอ้แมวบ้า!ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนนะ สบถออกมาอย่างหงุดหงิด ช่างไม่สมเป็นกุลสตรีเอาซะเลย

สาวน้อยแพนซี่ถือโอกาสเดินสำรวจรอบๆ ห้องที่หล่อนไม่เคยอย่างกรายเข้ามาเลย เตียงนอนหลังใหญ่กับผ้าปูสีน้ำเงินเข้มให้ความรู้สึกน่าหลงใหล เมื่อคิดถึงร่างสูงที่เอนกายนอนหลับบนเตียงนี้ทุกคืน แพนซี่ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เตียงใหญ่หย่อนกายลงนั่งและทิ้งตัวลงนอนราบไปกับผ้าปูเนื้อดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้ามาแตะจมูก แค่นี้ก็ทำให้สาวน้อยเคลิบเคลิ้มไปได้ง่ายๆ แต่เมื่อนึกถึงแมวอัปลักษณ์ที่ได้อยู่ร่วมห้องกับที่รักของหล่อนทุกคืนก็ทำให้แพนซี่หลุดออกจากภวังค์ หล่อนยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเดินปึงปังออกไปนอกห้อง

ฉันต้องหาแกให้เจอให้ได้ คอยดู สายตาอาฆาตมาดร้ายปรากฏชัดอยู่ในแววตาของผู้พูด พร้อมกับร่างของแพนซี่ค่อยๆ หายลับไปตรงมุมระเบียงทางเดิน

หลังจากเดินตามหามาจนทั่วฮอกวอตส์แพนซี่ก็เริ่มถอดใจ ทำไมมันหายากหาเย็นแบบนี้ นี่ก็ใกล้เวลาพวกที่ไปฮอกส์มี้ดจะกลับมาแล้ว แม่สาวพาร์กินสันจึงตัดสินใจเข้าไปรอคาธรีน่าเพื่อนรักที่ห้องโถงด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดเหลือจะกล่าว ส่วนเจ้าตัวดีกลับไปนั่งๆ นอนๆ ในกระท่อมของแฮกริดอย่างสบายใจถึงจะมีเจ้าเขี้ยวคอยกวนใจก็เถอะแต่ก็ดีกว่านอนเหงาอยู่ในห้องของผู้เป็นนายตัวเดียว

กลับมาแล้วเหรอคาธรีน่าเป็นไงสนุกมั้ย พาร์กินสันถามไถ่เพื่อนรักอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก ในหัวสมองกำลังครุ่นคิดถึงแมวขนฟูอัปลักษณ์ หายไปไหนนะ ทำไมถึงหาไม่เจอแล้วโอกาสดีๆ แบบนี้มันจะมีอีกเมื่อไหร่

ไม่หรอก ถ้าไม่มีเธอไปด้วยมันก็ไม่สนุก ว่าแต่ที่ไม่สบายหายหรือยัง อันที่จริงคาธรีน่าในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากแพนซี่นักหรอก เพราะวันนี้ทั้งวันเธอตามหาร่างสูงสง่าที่แอบหลงใหลมานานแสนนาน แต่เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ที่ต้องพยายามทำเป็นร่าเริงก็เพียงเพื่อไม่ให้แพนซี่ติดใจสงสัยอะไร

หายแล้ว คำตอบสั้นๆ ออกมาจากปากเรียวเล็กนั่น ทำให้คาธรีน่ารู้ได้ว่าแผนการของตนนั้นไม่สำเร็จ

อีกหนึ่งเดือนการแข่งขันควิชดิชรอบสองจะเริ่มขึ้นเธอจะไปดูมัลฟอยแข่งกับฮัฟเฟิลพัฟมั้ย คาธรีน่าถามหยั่งเชิงเพื่อนสาวที่ยังคงอารมณ์เดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

ต้องไปดูสิ ถามมาได้ยังไงคาธรี...น่า ขอบใจนะเธอทำให้ฉันนึกอะไรออกแล้ว รอยยิ้มกลับมาบนใบหน้าของแพนซี่อีกครั้ง

อะไรกันแพนซี่ฉันไม่เห็นเข้าใจเธอเลย ถึงปากจะบอกว่าไม่เข้าใจ แต่ยิ้มที่ถูกส่งกลับไปให้แพนซี่มันมีความหมายอะไรแอบแฝงที่คนได้รับไม่ทันได้สังเกตเห็น

************************************

บริเวณหน้าห้องโถงแฮร์รี่กำลังเดินวนไปวนมาอย่างกระสับกระส่าย หลังกลับจากฮอกส์มี้ดจนทานข้าวเสร็จเด็กหนุ่มบอกให้เพื่อนสนิททั้งสองกลับหอนอนไปก่อนโดยที่ตัวเองมีธุระอะไรบางอย่างที่ต้องไปทำ

คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ก็หมอนั่นเอ่ยปากบอกเองว่าถ้าอยากเจอก็ให้บอก แครบ กอยล์ เด็กหนุ่มกำลังนึกทบทวนคำพูดเมื่อคืนของร่างสูง แล้วคนที่เขากำลังรอคอยก็เดินออกมาจากห้องโถง

เอ่อ... ร่างบางเกิดอาการพูดไม่ออกขึ้นมากะทันหัน สมุนสองคนยืนรอฟัง ทั้งหงุดหงิดเพราะไม่ชอบหน้าเจ้าหัวบากอยู่เป็นทุนเดิม แล้วอีกฝ่ายยังจะมาทำอ้ำอึ้งไม่พูดอะไรเสียอีก

ว่าไง พอตเตอร์มีอะไรก็ว่ามาเรารีบ แครบถามร่างบางตรงหน้าเมื่อเห็นว่าไม่พูดธุระของตนเองซะที

คือ...คือว่าฉันอยากเจอทินเซล เฮ้อ...ในที่สุดก็พูดออกไปจนได้ไม่รู้ว่ามัลฟอยจะบอกสองคนนี้ให้รู้เรื่องหรือยังนะ

อ๋อ...ได้ซิ ลูกพี่สั่งไว้ว่าถ้านายอยากเจอก็ให้เราสองคนพาทินเซลมาหานาย

แต่ตอนนี้เราคงช่วยอะไรนายไม่ได้หรอกนะ เพราะทินเซลอยู่กับมัลฟอยที่ริมทะเลสาบโน้นแน่ะ กอยล์เสริมคำพูดของเพื่อนร่างยักษ์

งั้นเหรอ...ขอบใจ แววตาสดใสสลดลงวูบนึง ก่อนที่จะตัดสินใจหมุนตัวเดินออกไปนอกปราสาท สองเท้าพาตัวเองเดินมาที่ริมทะเลสาบโดยอัตโนมัติ เมื่อมาถึงแฮร์รี่ก็เห็นมัลฟอยกำลังนอนหลับอยู่ตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ โดยมีทินเซลนอนหมอบอยู่ข้างๆ

เด็กหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงเรื่อยๆ จนมาถึงที่หมายแฮร์รี่นั่งลงใกล้ๆ ร่างที่กำลังนอนหลับ ดวงตากลมโตกำลังพิจารณาใบหน้าคมอย่างสนใจ รูปหน้าคมสมส่วน คิ้วเรียวเข้ม จมูกโด่งและปากเรียวได้รูป ทุกอย่างที่รวมเป็นมัลฟอยมันช่างหน้าหลงใหลเสียจริงๆ แต่เมื่อนึกถึงปากเสียๆ ที่คอยชอบพูดจาถากถางมันก็ชวนอยากให้ฝากรอยแผลที่ปากนั่นซักแผล คนอะไรตอนหลับก็ดูดีหรอกแต่พอตื่นขึ้นมา ทำไมมันกวนประสาทชะมัด

กว่าจะรู้สึกตัวว่าเผลอจ้องร่างสูงอยู่นาน คนที่ตัวเองคิดว่ากำลังหลับก็ลืมตาขึ้นมือแกร่งรวบตัวร่างบางทันควัน ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าแฮร์รี่ลงไปนอนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มโดยมีร่างของคุณชายมัลฟอยคร่อมทับอยู่ด้านบน ไม้กายสิทธิ์ของร่างสูงกำลังชี้อยู่ที่คอขาวผ่องของร่างบาง แต่เมื่อเห็นว่าร่างข้างใต้คือใครเดรโกก็รีบปล่อยแฮร์รี่ให้เป็นอิสระ ปลายไม้ถูกเลื่อนออกไปจากคอก่อนที่จะถูกเก็บเข้าเสื้อคลุม

นายเองเหรอพอตเตอร์ ร่างสูงพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แต่ใบหน้ายังคงความเรียบเฉยเอาไว้ได้อย่างดี

เอ่อ...ขอโทษที่ทำให้ตกใจ มัลฟอย

มีธุระอะไร คำพูดห้วนๆ ชวนน่าหมั้นไส้ ที่ทำให้คนฟังถึงกับนึกอยากจะหาอะไรกระแทกให้ปากมันแตกสักที

ฉันไม่ได้มาหานาย ก็แค่มาหาทินเซล ลูกสมุนของนายบอกว่าทินเซลอยู่กับนายที่นี่ ร่างบางตอบกลับไปทั้งที่ๆ สายตายังอยู่ที่ทินเซล มือเรียวลูบขนนุ