Part 18
ร่างบางถูกนำตัวเข้ารับการตรวจรักษาจากมาดามพรอมฟรีย์ทันทีเมื่อเดรโกพาแฮร์รี่มาถึงฮอกวอตส์ ประตูบานใหญ่ของห้องพยาบาลปิดสนิท พร้อมกับการร่ายคาถากันการเข้าไปรบกวนจากร่างสูงที่เดินกระวนกระวายอยู่ด้านนอก หมอประจำตระกูลถูกเรียกตัวมาอย่างกะทันหันเพื่อคอยช่วยเหลือและให้การรักษาแก่แฮร์รี่อีกแรง ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของคนรัก มันทำให้หัวใจของร่างสูงเต้นรัวด้วยความว้าวุ่น จนในที่สุดเสียงร้องของแฮร์รี่ก็เงียบหายเมื่อประตูห้องพยาบาลปิดลง
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง ทุกนาทีที่ต้องเฝ้ารอมันคือนาทีแห่งความทรมานอย่างที่สุด บ่อยครั้งที่การรอคอยอันยาวนานเกือบจะทำให้คุณชายมัลฟอยแทบคลั่ง เดรโกไม่รู้ว่าแฮร์รี่กับลูกจะปลอดภัยหรือไม่ ไม่มีเสียงใดหลุดลอดออกมาจากประตูบานนั้นให้ได้ยิน จากใจที่ร้อนรุ่มกลับกลายเป็นเย็นลงและปะทุขึ้นมาใหม่ มีช่วงเวลาหนึ่งที่ประตูห้องพยาบาลเกือบจะพังพินาศด้วยน้ำมือของร่างสูง หากแต่มีเสียงของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ดังขึ้นเสียก่อน
“คุณมัลฟอยถึงเธอจะทำลายประตูบานนั้น มันก็ไม่ช่วยให้การตรวจรักษาของมาดามพรอมฟรีย์และหมอประจำตระกูลของเธอรวดเร็วขึ้นมาได้หรอก”
“ศาสตราจารย์...”
“วางใจเถอะคุณมัลฟอย ยังไงแฮร์รี่กับลูกของเธอจะต้องปลอดภัย” ฝ่ามืออุ่นแตะลงบนบ่ากว้างของลูกศิษย์เพื่อเตือนสติให้พยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง
“คนของภาคีรายงานมาว่าตอนนี้เราสามารถจับกุมผู้เสพความตายทั้งหมดเอาไว้ได้แล้ว รวมถึงคุณฟอนเทียร์ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด อีกสักเดี๋ยวคนของเธอก็คงจะมารายงานเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง...อ่อ...มาพอดีเลย”
เดรโกหันไปมองพ่อบ้านอลันที่กำลังเดินมาหาเขาด้วยความเร่งรีบ ชายวัยกลางคนทำความเคารพอาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ก่อนจะหันไปโค้งให้กับนายของตน
“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับนายท่าน ผู้เสพความตายทั้งหมดถูกมือปราบมารเข้าจับกุมได้หมดแล้ว ส่วนคนของเราเพียงแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น การต่อสู้ครั้งนี้ไม่หนักหนาเหมือนเมื่อครั้งก่อนเพราะการให้ความร่วมมือที่ดีของทุกฝ่าย” รีบรายงานผลการต่อสู้ทั้งหมด พลางหันไปมองทางประตูของห้องพยาบาล
“เอ่อ...แล้วนายหญิง”
“ยังไม่มีใครออกมาบอกอะไรทั้งสิ้น...อลัน” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างหงุดหงิด
“ท่านศาสตราจารย์ใหญ่ครับคนของกระทรวงต้องการจะปรึกษากับท่านเรื่องของเด็กที่ชื่อคาธรีน่า ฟอนเทียร์ เพราะยังไงเธอก็ยังเป็นนักเรียนของฮอกวอตส์ เลยต้องเชิญท่านไปเพื่อหารือข้อยุติในเรื่องนี้”
“ขอบใจมากอลัน คุณมัลฟอยเห็นทีฉันคงต้องไปก่อน ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกยังไงมาดามพรอมฟรีย์ต้องหาทางช่วยแฮร์รี่กับลูกของเธอเอาไว้ได้”
“ขอบคุณครับศาสตราจารย์” กล่าวขอบคุณชายชราที่ช่วยเตือนสติให้เขาใจเย็นลงให้มากกว่านี้
ดวงตาสีเทาเฝ้ามองร่างของอาจารย์ใหญ่จนหายลับไปตรงสุดระเบียงทางเดินแล้วจึงหันกลับมองบานประตูที่ยังคงปิดสนิทอยู่เช่นเคย บรรยากาศภายนอกเงียบงันไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุย เดรโกยังคงเดินวนไปวนมาอยู่ตรงนั้น ถึงแม้ว่าอากาศในตอนนี้จะหนาวแต่ร่างสูงกลับไม่รู้สึกไปกับความหนาวเย็นนั้นเลย ในใจมันร้อนรุ่มและว้าวุ่นอย่างที่สุด เขาได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะมีใครสักคนออกมาบอกว่าแฮร์รี่และลูกของเขาปลอดภัย
“นายท่านไปพักก่อนไหมครับ ส่วนทางนี้กระผมจะอยู่เฝ้าให้เอง” เสียงของอลันกล่าวทำลายความเงียบ
“ไม่ต้อง! เวลาแบบนี้ยังจะให้ฉันทิ้งแฮร์รี่ไปได้ยังไง”
“แต่...”
เสียงฝีเท้าของบุคคลเพิ่งมาใหม่ดังขึ้นหันเหความสนใจของคนทั้งคู่ไปยังด้านหน้าประตูทางเข้าของห้องพยาบาล
“มัลฟอย...ฮะ...แฮร์รี่เป็นอะไรมากหรือเปล่า” เสียงของเด็กสาวผมฟูดังขึ้น ทำให้คุณพ่อบ้านต้องเงียบเสียงลงอีกครั้ง
“นั่นสิตอนนี้อาการของแฮร์รี่เป็นยังไงบ้าง พอพ่อส่งข่าวมาบอก ฉันก็รีบตามมาที่นี่เลย” รอนถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเดรโกยังคงไม่ตอบอะไร
“ฉัน...”
“คุณมัลฟอยตามฉันเข้ามาในห้อง” ประตูบานกว้างเปิดออกพร้อมกับเสียงของมาดามพรอมฟรีย์ที่ดังลอดออกมา
เดรโกรีบเข้าไปในห้องพยาบาลทันทีโดยปล่อยให้บุคคลที่เหลือยืนคอยอยู่หน้าห้อง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปหาร่างเล็กบนเตียงสีขาวด้านใน อาจารย์ประจำห้องพยาบาลและหมอประจำตระกูลยืนรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของทั้งสองไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เดรโกนั่งลงข้างๆ ร่างของคนรักมือแกร่งจับมือของอีกฝ่ายมากุมเอาไว้ ดวงตาคมเฝ้ามองใบหน้าหวานที่ยังคงไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยแต้มด้วยสีชมพูกลับซีดขาว
แฮร์รี่นอนหลับไม่ได้สติโดยมีผ้าห่มผืนหนาถูกคลุมทับทั่วร่าง เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นจากผิวเนื้อ มันเป็นความเย็นที่ผิดปกติไปจากอุณหภูมิทั่วไปจากร่างกาย คุณชายมัลฟอยเงยหน้าขึ้นมองคนของตนอย่างต้องการคำตอบ แต่ก่อนที่หมอประจำตระกูลจะเอ่ยปากก็ถูกมาดามพรอมฟรีย์ขัดขึ้นเสียก่อน
“คุณหมอคะ เรื่องนี้ฉันขออธิบายให้คุณมัลฟอยฟังได้มั้ย”
เมื่ออีกฝ่ายขอร้องเขาจึงพยักหน้ารับ และยกหน้าที่นี้ให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ก่อนอื่นฉันขอให้เธอสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงก่อน สิ่งที่ฉันจะพูดมันสำคัญมากถ้าหากเธอปฏิบัติไม่ได้อย่างที่ฉันบอก ชีวิตของคุณพอตเตอร์และเด็กในท้องอาจมีอันตรายได้” กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งไม่ผิดไปจากสีหน้าที่แสดงออกอยู่ในตอนนี้เลย
“ครับ...มาดาม” เดรโกรับคำอย่างเข้าใจและเตรียมตั้งใจฟังอย่างที่คนตรงหน้าได้เตือนเอาไว้
“จากการที่ฉันและคุณหมอท่านนี้ได้ตรวจร่างกายของคุณพอตเตอร์แล้ว เราพบว่าพลังเวทย์บางส่วนนั้นลดลงจนน่าเป็นห่วง หากไม่ได้รับการพักฟื้นอย่างเพียงพอคุณพอตเตอร์อาจจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้อีกต่อไป”
“อะไรนะ! ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ ...ทำไมถึงเป็นแบบนี้!” เสียงทุ้มพูดสวนขึ้นทันที
“ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่านายหญิงใช้พลังเกินกำลังที่มี มันเหมือนเป็นการฝืนร่างกายมากเกินไป แต่เรื่องนี้ผมคิดว่ายังไงนายหญิงต้องกลับมาใช้เวทมนตร์ได้ดังเดิม เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ...เอ่อ...”
“อะไร! มันคืออะไร? บอกมาให้หมดห้ามปิดบังฉัน ว่ายังไงหมอ!!” เสียงทุ้มตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด แค่เขารู้ว่าแฮร์รี่อาจใช้เวทมนตร์ไม่ได้อีกแค่นี้มันก็มากเกินที่จะรับฟัง แล้วนี่เขายังต้องรับรู้อะไรที่มันเลวร้ายกว่านี้อีกหรือไง
“ใจเย็นๆ ก่อนคุณมัลฟอย ตอนนี้ยังไงคุณพอตเตอร์ก็ปลอดภัยแล้วเพียงแต่ว่าเราคงต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วง 2 เดือน ผลจากคาถาที่เราตรวจพบมันรุนแรงพอที่จะกระทบไปถึงเด็กในท้องได้ในระดับหนึ่ง แต่โชคยังดีพลังในส่วนที่คอยเป็นเกราะป้องกันให้แก่เด็กสามารถทำหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เพียงแต่คำสาปกรีดแทงที่คุณพอตเตอร์ได้รับมันมีความรุนแรงมากกว่าปกติ”
“ตกลงลูกฉันปลอดภัยหรือเปล่า ตอบคำถามของฉันเดี๋ยวนี้!” ตาคมจ้องมองไปยังหมอประจำตระกูล จนคนถูกมองถึงกับทำอะไรไม่ถูก
“เอ่อ...นะ...นายน้อยยังปลอดภัยครับ เพียงแต่คงต้องระวังไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้นเราคงต้องเสียนายน้อยไป”
“ไม่! ลูกของฉันจะต้องไม่เป็นอะไร มาดามครับผมขอให้คุณช่วยเขียนใบอนุญาตให้แฮร์รี่หยุดพักรักษาตัวได้ไหมครับ จะนานเท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความเห็นของคุณ” เดรโกเอ่ยปากขอร้องมาดามพรอมฟรีย์อย่างที่เขาไม่เคยต้องขอร้องใครมาก่อน แต่เพื่อร่างบางแล้วเขาสามารถทำให้ได้ทุกอย่างเพื่อให้คนที่เขารักปลอดภัย
“แฮร์รี่จะกลับไปรักษาตัวที่คฤหาสน์มัลฟอย หมอและผู้ช่วยจะต้องอยู่ดูแลตลอดเวลาที่แฮร์รี่อยู่ที่นั่น” หันไปสั่งกำชับกับคนของตน โดยที่อีกฝ่ายก็รับคำแต่โดยดี
************************************
หลังจากที่ได้รับฟังอาการทั้งหมดของแฮร์รี่แล้ว เดรโกก็ตัดสินใจว่าเมื่อร่างบางรู้สึกตัวเมื่อไหร่เขาจะพาแฮร์รี่กลับไปยังคฤหาสน์ทันที มาดามพรอมฟรีย์เขียนจดหมายชี้แจงไปทางอาจารย์ใหญ่เรื่องการพักรักษาตัวของแฮร์รี่ ซึ่งระยะเวลาที่ระบุไปนั้นกินเวลาทั้งหมด 3 อาทิตย์ และเมื่อแฮร์รี่กลับมาที่ฮอกวอตส์อีกครั้งก็จะถึงฤดูแห่งการสอบ ส.พ.บ.ส พอดี เดรโกไม่อยากปล่อยให้คนรักต้องอยู่คนเดียวที่คฤหาสน์แม้ว่าจะมีคนดูแลมากแค่ไหนแต่ร่างสูงก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี
ร่างบนเตียงยังคงนอนหลับไม่ได้สติ บ่อยครั้งที่เสียงครางด้วยความเจ็บดังลอดออกมาให้ได้ยินจนเดรโกต้องผวาเข้าหาร่างเล็กทุกครั้งด้วยความเป็นห่วง เขายังไม่อยากวางใจกับอาการของคนรักมากนักถึงจะได้รับการยืนยันว่าตอนนี้แฮร์รี่ปลอดภัยแล้วก็ตาม รอนและเฮอร์ไมโอนี่เข้ามาเยี่ยมแฮร์รี่ในเวลาต่อมา ดวงตาสีน้ำตาลของเด็กสาวแดงก่ำเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนรัก จนรอนต้องกอดปลอบอยู่นานกว่าเธอจะยอมหยุดร้องไห้ ความรู้สึกของคุณชายมัลฟอยที่มีต่อคนที่ตัวเองเคยเรียกว่าเจ้ายาจกและเลือดสีโคลนเริ่มเปลี่ยนไป เขาเปิดใจยอมรับสองคนนี้มากขึ้นมากกว่าแต่ก่อนอาจเป็นเพราะรอนและเฮอร์ไมโอนี่คอยให้ความช่วยเหลือและเป็นห่วงคนรักของเขาอย่างแท้จริง
“มัลฟอยเธอไปพักก่อนมั้ย ทางนี้ฉันอยู่ดูแลให้เอง” เสียงใสเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ามีท่าทีอิดโรยเต็มที
“แต่...” ร่างสูงจะปฏิเสธ แต่เมื่อเจอกับสายตาห่วงใยของเด็กสาวทำให้เขาต้องพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
“ฝากดูแลแฮร์รี่ด้วยนะ เกรนเจอร์” รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของผู้พูด มันเป็นยิ้มที่ออกมาจากใจที่ไม่มีการดูถูกหรือเย้ยหยันอย่างเช่นทุกครั้ง
“อื้อ...ฉันกับรอนจะดูแลแฮร์รี่ให้เป็นอย่างดีเลยล่ะ” มือเล็กยกขึ้นเหมือนเป็นการรับรองในสิ่งที่พูด
“ขอบใจเธอมากเกรนเจอร์ นายด้วยวีสลีย์” กล่าวขอบใจทั้งสองก่อนจะกลับไปยังห้องของตน
************************************
สามวันผ่านไปแฮร์รี่ก็ยังคงไม่รู้สึกตัวจนเดรโกเริ่มวิตกกังวล ตลอดเวลาที่ร่างบางนอนหลับเขาแทบจะไม่ขยับกายไปไหน ถึงแม้ทั้งมาดามพรอมฟรีย์และหมอประจำตระกูลจะพร่ำบอกอยู่เสมอว่าการที่แฮร์รี่หลับไปแบบนี้เป็นเพราะร่างกายต้องการพักฟื้น และเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอเมื่อนั้นแฮร์รี่ถึงจะลืมตาตื่นขึ้นมา
ดวงตาคมเฝ้ามองร่างบางอย่างห่วงใย มือแกร่งเกาะกุมมือเล็กของคนรักเอาไว้ไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างเลื่อนไปเกลี่ยปอยผมสีดำสนิทที่ลงมาปรกใบหน้าเนียน แก้มใสเริ่มมีสีมากขึ้นกว่าเมื่อวาน อย่างน้อยแฮร์รี่และลูกของเขาก็ปลอดภัยแล้ว แต่ถึงอย่างไรเดรโกก็ยังไม่อยากทิ้งร่างบางให้อยู่คนเดียว เขาได้แต่เฝ้ารอเวลาที่คนรักจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตลอดสามวันที่ผ่านมามันช่างเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและทรมานจิตใจของเขาเป็นที่สุด เดรโกไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าเขาจะรู้สึกรักและเป็นห่วงใครได้มากขนาดนี้ ยิ่งเป็นคนตรงหน้าด้วยแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย แต่แล้วคำทำนายของหญิงประหลาดก็หวนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง
“เชื่อในพรหมลิขิตเหรอ...หึหึ...ก็คงต้องเชื่อล่ะนะ ก็นายทำให้ฉันหลงรักได้ขนาดนี้แล้วนิแฮร์รี่” บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเลื่อนฝ่ามือเล็กมาแนบที่แก้มของตน
“แฮร์รี่เมื่อไหร่นายจะลืมตาขึ้นมามองฉัน อีกนานแค่ไหนฉันถึงจะได้เห็นดวงตาสีเขียวใสของนาย ลุกขึ้นมาพูดกับฉันสิ!! ต่อว่าฉัน!! อ้อนฉันเหมือนทุกที!!” ริมฝีปากประทับจุมพิตลงกลางฝ่ามือเล็กอย่างหวงแหน “ได้โปรดเถอะแฮร์รี่... ลืมตาขึ้นมามองฉันสักที...” เสียงทุ้มมีแววร้านราน ไม่ว่าเขาจะขอร้องหรืออ้อนวอนยังไงร่างบางก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาสักนิด ร่างสูงได้แต่นั่งทอดถอนใจต่อไปรอคอยเวลาที่เปลือกตาบางของคนรักจะลืมขึ้นมองหน้าเขาอีกครั้ง
กลางดึกในคืนนั้นเองร่างเล็กบนเตียงก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทราแสนยาวนาน แฮร์รี่รู้สึกกระหายน้ำเป็นอย่างมากภายในลำคอแห้งผากจนแสบร้าวไปหมด ร่างบางยันกายหมายจะลุกขึ้นแต่กำลังของเขาในตอนนี้มันแทบไม่มีหลงเหลืออยู่เลย ด้วยความที่กระหายทำให้เด็กหนุ่มแข็งใจพยายามที่จะลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ความเจ็บที่ช่วงท้องยังคงอยู่และรวมไปถึงส่วนอื่นๆ ตามร่างกาย
“โอ๊ย!!” แฮร์รี่ร้องออกมารู้สึกได้ถึงความเจ็บเสียดภายในท้องของตน เป็นจังหวะเดียวกับที่เดรโกเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
“แฮร์รี่เป็นอะไร?! เจ็บตรงไหนรึเปล่า?” เดรโกรีบเข้าไปประคองร่างบาง ร้องถามอย่างร้อนรน
“เจ็บ! ...ฉันเจ็บเดรโก” น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ พยายามตอบคนรักด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
“นายต้องนอนพักมากๆ นะ ห้ามเคลื่อนไหว แล้วลุกขึ้นมาทำไมแฮร์รี่ อยากได้อะไรเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังมองหาอะไรสักอย่าง
“นะ..น้ำ ฉันหิวน้ำ...”
มือแกร่งฉวยเอาแก้วน้ำมาไว้ในมือก่อนจะป้อนร่างบางด้วยความระมัดระวัง แฮร์รี่ดื่มน้ำรวดเดียวจนหมดสายน้ำเย็นไหลผ่านลำคอทำให้ความชุ่มชื้นกลับมาอีกครั้ง
“ลูก!...ลูกล่ะเดรโก เขายังอยู่หรือเปล่า?!” รีบถามร่างสูงด้วยความร้อนรน พลางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างคาดคั้น
“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก ลูกของเรายังปลอดภัยดี แต่นายต้องพักผ่อนให้มากๆ ห้ามเคลื่อนไหวร่างกายมากนัก ไม่อย่างนั้น...”
“ไม่อย่างนั้นทำไมเดรโก บะ...บอกฉันมาให้หมดนะ!” เสียงหวานสั่นเครือ ภายในใจเริ่มวิตกกังวลห่วงความปลอดภัยของชีวิตเล็กๆ ในท้องตน
“ผลกระทบจากคำสาปทำให้พลังเวทย์ของนายลดลงไปมาก แล้วยังได้รับกระทบกระเทือนจากคำสาปกรีดแทง...” เดรโกนิ่งไปชั่วครู่เพื่อดูปฏิกิริยาของคนรัก “ดังนั้นนายต้องพักผ่อนมากๆ ห้ามได้รับความกระทบกระเทือนอีก ถ้าเรา... ถ้าเราไม่อยากเสียลูกไป”
ทันทีที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากปากของร่างสูง หยาดน้ำตาก็เอ่อคลอดวงตาสวย สองมือยกขึ้นปิดหน้าปล่อยน้ำตาให้ไหลริน ร่างบางรู้มาตลอดว่าการใช้เวทมนต์จนเกินกำลัง อาจทำให้เกิดอันตรายกับลูกในท้องได้
ทั้งๆ ที่รู้ แต่ความจำเป็นในตอนนั้นทำให้ไม่มีทางเลือก หากไม่สู้เขากับลูกก็คงต้องตาย แม้ว่าการตัดสินใจแบบนั้นมันอาจเกิดผลกระทบกับลูกไม่มากก็น้อย หากเพื่อรักษาชีวิตเล็กๆ นี้ไว้ไม่ว่าจะให้เขาทำยังไงหรือต่อให้ตัวเองต้องทรมานแค่ไหน เขาก็จะทำ แต่ถ้าหากเขาไม่วู่วามออกไปตามที่จดหมายบอกไว้โดยไม่คิดให้ดีก่อน ไม่รีบร้อนที่จะออกไปหาเดรโกจนพาตัวเองเข้าไปติดกับที่ผู้หญิงคนนั้นวางแผนเอาไว้ ร่างงบางก็คงไม่ต้องเกือบสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดยิ่งกว่าชีวิตของตนดังเช่นตอนนี้
“...”
“เป็นอะไรไปแฮร์รี่” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อเห็นร่างบางก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดจา
แฮร์รี่ยังคงนั่งเงียบริมฝีปากบางไม่ยอมพูดอะไรออกมาทั้งนั้น แค่เพียงชั่วครู่ร่างเล็กก็เริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่จนเดรโกต้องรีบเข้าไประชิด นิ้วเรียวเชยคางมนให้มองสบตา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นและไหลรินอาบแก้มใสในเวลาต่อมาจนร่างสูงถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าทำไมแฮร์รี่ถึงร้องไห้หรือว่าร่างบางจะเจ็บตรงไหน จึงรีบถามอย่างร้อนรน
“เป็นอะไร? ร้องไห้ทำไมแฮร์รี่ ระ...หรือว่านายเจ็บตรงไหน?...”
“ฉะ...ฉัน..ฮึก...ฉันขอโทษ” ริมฝีปากบางเอ่ยอย่างแผ่วเบา
“ขอโทษ?...ขอโทษเรื่องอะไรแฮร์รี่” คิ้วเรียวเลิกขึ้นสงสัยในคำพูดของคนรัก
“เพราะ...เพราะฉัน..ถึงทำให้ลูกได้รับอันตราย ฉะ...ฉัน...ฮึก..ใช้เวทมนตร์เกินกำลัง ทำให้ ละ...ลูก..ฮึกก! พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย” ร่างกายสั่นระริกสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนัก
ร่างสูงรีบกอดปลอบคนรักอย่างอ่อนโยน ปากได้รูปพรมจูบไปทั่วดวงหน้า จูบซับน้ำตาที่รินไหล ฝ่ามืออุ่นลูบไล้เรือนผมเฝ้าปลอบประโลมอยู่ไม่ห่าง แฮร์รี่ซุกกายเข้าหาอ้อมกอดอบอุ่น แขนแข็งแรงโอบประคองร่างเล็กเอาไว้ด้วยความหวงแหน เสียงทุ้มกระซิบข้างหูให้คลายความกังวล
“มันไม่ใช่ความผิดของนายเลย นายไม่ควรโทษตัวเองนะแฮร์รี่ ลูกของเราปลอดภัยแล้ว ขอแค่ให้นายทำตามที่มาดามพรอมฟรีย์บอกเท่านี้ลูกของเราก็จะยังคงอยู่กับเราต่อไป”
“ฉันรู้เดรโก ฉันรู้ว่าแกต้องไม่เป็นไร แต่ฉันก็ยังไม่มั่นใจ ฉันรู้ตัวดีว่าพลังของฉันมันหมดไปแล้ว ทุกครั้งที่ฉันขยับตัวมันเหมือนมีของแหลมคมมาทิ่มแทง ฉันรับรู้ได้ถึงความทรมานของลูกในเวลาที่ฉันจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์”
“ฉะ...ฉันกลัวเดรโก...ฉันกลัวว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาฉันจะพบกับการสูญเสีย ตอนที่ฉันติดอยู่ในป่าความหนาวเย็นมันเสียดแทงเข้าไปในร่างกาย ความหวาดกลัว ความกังวลและอ้างว้างมันโหมกระหน่ำเข้ามาในเวลาเดียวกัน ฉันกลัวว่าหากนายมาช่วยฉันพวกผู้เสพความตายต้องไม่ยอมปล่อยให้นายรอดชีวิตกลับไปแน่ ฉะ...ฉัน..ฮึก..ถึงได้พยายามหาทางหนี ตะ...แต่มัน...อึก...มันไม่ง่ายเลย ฮืออ!!...เดรโกฉันกลัว” ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น สองแขนเล็กกอดร่างสูงไม่ยอมปล่อย ร่างกายสะท้านไหวไปตามแรงสะอื้น คุณชายมัลฟอยได้แต่กอดปลอบคนรัก ถึงแม้ว่าเขายังสงสัยในคำพูดของร่างบาง แต่มันคงไม่เหมาะที่จะคาดคั้นเอากับแฮร์รี่ตอนนี้
“มาร์ค! แล้วมาร์คล่ะ ขะ...เขาเป็นยังไงบ้าง เขาตายแล้วใช่มั้ย มะ...เหมือนกับที่เซดริกต้องตายเพราะฉัน เขาตายต่อหน้าฉันโดยที่ฉันไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ฮืออ!!...ทำไมล่ะเดรโกทุกคนที่อยู่รอบตัวฉันต้องตายจากฉันไปกันหมด ฉันไม่เข้าใจ”
“เวลสันไม่ได้ตายเพราะนายนะแฮร์รี่ถ้ามันไม่ให้ความร่วมมือกับฟอนเทียร์ พานายไปยังบ้านร้างทั้งนายแล้วก็เวลสันจะไม่ต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้เลย เรื่องของเซดริกมันก็ผ่านมานานแล้วทำไมนายต้องเก็บมากังวล คิดโทษตัวเองอยู่แบบนี้ล่ะที่รัก”
“ตอนนี้นายไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ผู้เสพความตายทั้งหมดถูกจับหมดแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีใครมาทำอะไรนายกับลูกได้อีก นอนพักนะที่รัก...พรุ่งนี้ฉันจะพานายกลับคฤหาสน์ดัมเบิลดอร์อนุญาตให้นายพักฟื้นได้ 3 อาทิตย์ ไม่ต้องพูดแล้วแฮร์รี่ นายควรจะพักได้แล้ว” ริมฝีปากได้รูปโน้มลงจุมพิตหน้าผากมน เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
************************************
ตลอดเวลาสามอาทิตย์ที่แฮร์รี่พักอยู่ที่คฤหาสน์มัลฟอย เดรโกแทบจะไม่ให้แฮร์รี่เดินไปไหนและไม่ยอมให้หยิบจับอะไรเองเด็ดขาดแม้แต่จะอุ้มเจ้าแมวตัวโปรดก็ไม่ได้ จนบางครั้งร่างบางรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะตัวแฮร์รี่เองก็รู้ว่าเดรโกเป็นห่วงเขากับลูกมากแค่ไหน แฮร์รี่เลยได้แต่ทำตามความต้องการของคนรัก ทุกวันหยุดรอนและเฮอร์ไมโอนี่มักจะมาอยู่เป็นเพื่อนเขาที่คฤหาสน์ และทุกครั้งเฮอร์ไมโอนี่จะเอาตำราเรียนและสมุดจดของหล่อนมาให้เสมอ บทเรียนบางบทเด็กสาวก็ช่วยสอนให้อย่างเต็มใจ เดรโกเปิดใจยอมรับเพื่อนของเขาทั้งสองคนมากขึ้น ไม่มีเสียงเยาะเย้ยเหยียดหยามเหมือนเมื่อครั้งเก่าแต่ถึงอย่างนั้นรอนและเดรโกก็ยังคงมีเรื่องให้ต้องต่อปากต่อคำกันอยู่ดี
“นายหญิงเจ้าคะได้เวลานอนพักแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของคุณแม่บ้านเอ่ยขัดการพุดคุยสนุกสนานระหว่างพวกเขาทั้งสาม
“เอ่อ...คุณนาร์เดียฮะ...ผมยังไม่ง่วงขอ...”
“ไม่ได้เจ้าค่ะนายท่านสั่งกำชับเอาไว้ถ้าไม่อย่างนั้น คุณทั้งสองคนนี้จะไม่ได้มาเยี่ยมนายหญิงอีก”
“อะไรนะ?...” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เขาไม่คิดว่าเดรโกจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้อต่อรอง
“แฮร์รี่ฉันว่าเธอไปพักเถอะ ฉันกับรอนก็จะกลับแล้ว” เด็กสาวเอ่ยขึ้น
“เจอกันอาทิตย์หน้าที่ฮอกวอตส์นะ หวังว่าเธอคงจะเตรียมพร้อมสำหรับการสอบนะแฮร์รี่”
“แน่นอนอยู่แล้วเฮอร์ไมโอนี่ แล้วฉันก็คิดว่าผลสอบคราวนี้คงออกมาได้ดีกว่าครั้งไหนๆ ...คุณนาร์เดียฮะช่วยไปส่งเพื่อนของผมด้วยนะฮะ” ร่างบางหันไปสั่งคุณแม่บ้าน
“เจ้าค่ะนายหญิง” นางรับคำก่อนจะผายมือเชิญทั้งสองให้เดินนำออกไปก่อน
หลังจากที่เพื่อนรักทั้งสองกลับไปแล้ว เด็กหนุ่มก็เดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนโดยมีสาวใช้เดินตามไปไม่ห่าง เนื่องจากมีคำสั่งจากนายท่านห้ามไม่ให้นายหญิงไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด แฮร์รี่ชินซะแล้วที่มีคนคอยเดินตามเขาตลอดเวลา ถึงเขาจะคัดค้านอย่างไรเดรโกก็ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียวอยู่ดี
แฮร์รี่เดินกลับเข้าห้องนอนด้วยความเบื่อหน่ายเกือบสามสัปดาห์มานี้เขาได้แต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ในคฤหาสน์ซึ่งมันไม่สนุกเลยสักนิด บ่อยครั้งที่เขาอยากจะออกไปเดินเล่นรอบๆ คฤหาสน์แต่ก็ได้รับการปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าร่างกายของเขายังไม่แข็งแรง แฮร์รี่รู้ว่าตอนนี้เขาพร้อมที่จะกลับไปเรียนหรือไปไหนมาไหนเองได้แล้ว ความเจ็บปวดตามร่างกายและเจ็บเสียดในท้องหายไปหมดตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่ถึงอย่างไรเดรโกก็ไม่วางใจอยู่ดี
“แฮร์รี่ทำไมยังไม่นอนอีก” เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้ร่างบางสะดุ้งด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรที่รัก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” รีบถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการของคนรัก
“เปล่า...ฉันแค่ตกใจที่อยู่ๆ นายก็เข้ามาเงียบๆ”
“ใครบอกว่าฉันเข้ามาเงียบๆ ฉันเรียกนายแล้วแต่นายไม่ตอบต่างหาก มัวคิดอะไรอยู่...หือ” มือแกร่งดึงรั้งร่างตรงหน้าเข้ามากอด แฮร์รี่ซบหน้าลงบนบ่ากว้างสองแขนเรียวโอบกอดร่างสูง เปล่งเสียงหวานออดอ้อนคนรัก
“เดรโก...ฉันอยากออกไปเดินเล่น”
“ไม่ได้แฮร์รี่นายยัง...”
“ฉันแข็งแรงดีแล้ว ไม่เป็นอะไร ไม่เจ็บตรงไหนแล้วด้วย ทำไมนายไม่ให้ฉันไปไหนบ้างฉันอยากไปเที่ยว ฉันอยากออกไปเดินเล่น ในสวนของคฤหาสน์ก็ได้ ทำไมนายต้องห้ามฉันด้วย?!” เสียงใสรัวถามเป็นชุด มือบางผลักอกกว้างให้ห่างจากตน พลางสบตานิ่งในดวงตาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เดรโกได้แต่ยืนอึ้งกับการกระทำของแฮร์รี่ ก่อนจะตอบคำถามของร่างบาง
“ก็เพราะฉันเป็นห่วงนายกับลูกยังไงล่ะแฮร์รี่ กี่ครั้งแล้วที่ฉันเกือบต้องเสียนายกับลูกไป กี่ครั้งแล้วที่ฉันต้องทนเห็นนายนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องพยาบาล เฝ้าภาวนาให้นายลืมตาขึ้นมามองฉัน นายไม่รู้หรอกว่าช่วงเวลานั้นฉันเจ็บปวดมากขนาดไหน ภายในใจมันร้อนรุ่มจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก อยากจะตามไปฆ่าไอ้ตัวต้นเหตุที่ทำให้นายเป็นแบบนั้น” ตาคมจ้องมองร่างตรงหน้าในแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนตัดพ้อที่คนรักไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของตน
“ทั้งหมดที่ฉันเป็น ทั้งหมดที่ฉันทำ ก็เพราะว่าฉันรักนาย” ปลายเสียงเน้นย้ำว่าสิ่งที่พูดมานั้นมันคือความรู้สึกที่เขามีให้กับคนตรงหน้า ร่างสูงหมุนกายเดินออกไปจากห้องโดยไม่ฟังเสียงเรียกของแฮร์รี่เลย
“เดรโก...”
“เดรโก...ฉันขอโทษ” เสียงหวานสั่นเครือ เขาไม่คิดว่าเดรโกจะโกรธเขามากขนาดนี้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เดรโกไม่เคยเมินเฉยต่อเสียงเรียกของเขา ทุกครั้งที่เขาเรียกหา คนๆ นี้จะมาอยู่ข้างๆ เขาเสมอไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม
สองเท้าวิ่งไปตามระเบียงทางเดินที่แสนวกวน ร่างบางหายเข้าไปในห้องแล้วห้องเล่าแต่ก็ไม่พบร่างของคนรัก ริมฝีปากบางขบเม้มจนช้ำพยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอที่กำลังถาโถมเข้ามาภายในใจ แฮร์รี่เริ่มหายใจอย่างเหนื่อยหอบด้วยความอ่อนล้าจากการตามหาตัวของร่างสูง เขาไม่อยากรบกวนนาร์เดียหรือสาวใช้ ทุกวันนี้พวกนั้นก็มีงานมากพออยู่แล้ว เรื่องนี้เขาควรจัดการด้วยตัวเอง
เด็กหนุ่มเดินตามหาเดรโกตามห้องต่างๆ ทั้งชั้นล่างและชั้นบนแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ความคิดที่ว่าตัวเองแข็งแรงแล้วนั้นเขาคิดผิดเพียงแค่ออกแรงเดินไปตามห้องต่างๆ ภายในคฤหาสน์ก็ทำเอาเขาถึงกับหมดแรง เดรโกพูดถูกที่เขายังต้องใช้เวลาพักฟื้นให้มากกว่านี้ ร่างบางเดินลงมายังชั้นล่างอีกครั้งและเขาก็พบนาร์เดียกำลังเกณฑ์สาวใช้ให้ทำความสะอาดบริเวณห้องโถง แฮร์รี่รีบเดินตรงไปหาคุณแม่บ้านทันที
“คะ...คุณนาร์เดีย หะ...เห็นเดรโกมั้ยฮะ?” เสียงใสร้องถามปนหอบ
“ตายแล้ว! ...นายหญิงทำไมหน้าซีดอย่างนี้ล่ะเจ้าคะ แล้วนี่ไปทำอะไรมาทำไมถึงได้ดูเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ นายหญิงต้องขึ้นไปพักเดี๋ยวนี้” นางกล่าวอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและชื้นเหงื่อของคนตรงหน้า
“พวกเธอพานายหญิง...”
“ไม่ต้องฮะ...คุณนาร์เดียเดรโกอยู่ไหน” ถามย้ำอีกครั้งพลางปฏิเสธสาวใช้ที่จะเข้ามาพยุง
“อะ...เอ่อ...นายท่านอยู่ในสวนด้านหลังเจ้าค่ะ นายหญิงจะไปหานายท่านหรือเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นดิฉันจะให้สาวใช้พาไป”
“มะ...ไม่ผมไปเองได้ ขอบคุณฮะ” กล่าวจบพร้อมกับเดินออกไปทันที ปล่อยให้คุณแม่บ้านและสาวใช้มอง
ตามอย่างสงสัย นายท่านกับนายหญิงต้องมีเรื่องผิดใจกันเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นนายท่านคงไม่แอบหลบไปอยู่ในสวนด้านหลังคนเดียวแบบนี้
สวนกว้างด้านหลังคฤหาสน์ ต้นไม้พุ่มเตี้ยถูกตัดแต่งดูแลจนสวยงามอยู่เสมอ ไม้ดอกไม้ประดับแข่งกันอวดสีสันและส่งกลิ่นหอมไปทั่วสวน แฮร์รี่เดินมาตามทางเดินที่โรยด้วยก้อนกรวดสีขาวที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ดวงตากลมโตกวาดสายตามองหาร่างสูงสง่าของคนรัก ถึงแม้บรรยากาศโดยรอบจะดูร่มรื่นและน่าชื่นชมแค่ไหนแต่ในใจเขากลับว้าวุ่นและเป็นกังวลจนเมินเฉยต่อความสวยงามนั้น พลันรอยยิ้มบางก็เกิดขึ้นบนใบหน้าหวาน เมื่อมองเห็นร่างของคนรักเอนกายนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมทะเลสาบที่สงบนิ่ง
สองเท้ารีบพาตัวเองเข้าไปใกล้หย่อนกายลงนั่งข้างๆ อย่างแผ่วเบา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เขาได้นั่งมองหน้าในยามหลับของคนๆ นี้ ใบหน้าคมคายที่มักจะปรากฏความเย็นชากับดวงตาที่มีแต่ความหยิ่งยโสให้กับคนรอบข้าง แต่สำหรับเขาแล้วตั้งแต่คบกันเดรโกก็ไม่เคยแสดงท่าทางแบบนั้นกับเขาเลย ริมฝีปากได้รูปที่มักจะปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับเขาเสมอ แววตาที่ทอดมองล้วนแสดงออกถึงความรักและความห่วงใย ถึงบางครั้งคนตรงหน้าจะปากร้ายแต่แฮร์รี่ก็รู้ว่ามันไม่ได้มาจากใจจริง นิ้วเรียวไล้ไปตามผิวแก้มของคนรักดวงตามรกตจ้องมองใบหน้าคมอย่างหลงใหล แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆ เดรโกก็ลืมตาขึ้น ในเวลานั้นสติทั้งหมดพลันเลือนหาย สิ่งสุดท้ายที่แฮร์รี่ได้เห็นคือนัยน์ตาสีเทาคู่สวยของคุณชายมัลฟอย
************************************
เปลือกตาบางกระพริบถี่ปรับสายตาที่พร่ามัว แฮร์รี่รู้สึกได้ถึงแขนแข็งแรงที่โอบรอบเอวของตนเอาไว้ แรงขยับจากร่างเล็กในอ้อมกอดทำให้เดรโกรู้สึกตัว ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบถึงแม้จะอยู่ในอ้อมแขนของร่างสูงแต่แฮร์รี่ก็รับรู้ได้ถึงความน้อยใจที่เดรโกมีให้กับตน มือเรียวกำเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้พลางซุกหน้ากับอกกว้างเหมือนเป็นการขอโทษในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนรักริมฝีปากบางกล่าวคำขอโทษเสียงแผ่ว แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อใบหน้าคมยังคงนิ่งเฉย แฮร์รี่ก้มหน้านิ่ง สักพักร่างสูงก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นเทาจากร่างบาง คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความตกใจ มือใหญ่รีบเชยคางมน และพบกับดวงตากลมโตที่ปริ่มด้วยน้ำตา
“ฉะ...ฉัน ขะ...ขอโทษเดรโก” น้ำเสียงสั่นเครืออย่างควบคุมไม่อยู่
เดรโกพลิกกายอยู่เหนือร่างบาง ไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มเนียน ริมฝีปากได้รูปจูบซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะกดประทับลงบนกลีบปากบางไล้ลิ้นไปตามเรียวปากหยุดกระตุ้นให้ริมฝีปากเผยอรับสัมผัสที่ตนมอบให้ ลิ้นเรียวไล้วนทั่วโพรงปากนุ่มกวาดหาความหอมหวานจนพอใจ ส่งปลายลิ้นแตะสัมผัสกับลิ้นเล็กของอีกฝ่ายให้ตอบรับความต้องการของตน สองแขนเรียวโอบรอคอร่างสูง ปล่อยใจไปกับรสชาติความหอมหวานที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามาในส่วนลึกของจิตใจ ร่างกายโหยหาสัมผัสที่ห่างเหินมานานอารมณ์แห่งความต้องการเริ่มมีมากขึ้น กี่เดือนแล้วที่เดรโกไม่ได้กอดเขาในแบบที่เคยกอด นานเท่าไหร่แล้วที่เขาโหยหาอ้อมแขนนี้ แต่แล้วการกระทำของร่างสูงกลับหยุดลง เป็นผลให้ร่างเล็กส่งเสียงครางประท้วงด้วยความขัดใจ
“หายเร็วๆ นะแฮร์รี่ ตอนนี้นายเหมือนแก้วบางๆ ที่แตกง่าย อยากจะกอดแรงๆ สักครั้งก็ยังไม่กล้า กลัวว่านายจะแตกร้าวได้หากฉันกอดนายมากไปกว่านี้”
“ฉันจะรักษาตัวให้หายเร็วๆ เพื่อนายนะเดรโก ฉันอยากให้นายกอดฉันเหมือนเช่นทุกครั้ง ฉันขอโทษเดรโก ฉันรู้แล้วว่านายเป็นห่วงฉันมากขนาดไหน ฉันจะไม่เอาแต่ใจตัวเองอีกแล้ว”
“ไม่เอานะ...เลิกพูดคำว่าขอโทษได้แล้ว ฉันผิดเองที่เมินเฉยกับเสียงเรียกของนาย คราวหลังอย่าเที่ยวตามหาฉันจนหมดสติไปแบบนั้นอีกนะ รู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วง จะเอาอะไรหรือต้องการอะไรก็เรียกสาวใช้หรือไม่ก็บอกกับนาร์เดีย ห้ามทำอะไรเองเข้าใจหรือเปล่าแฮร์รี่” สั่งกำชับพลางทำสีหน้าจริงจัง
“ก็ได้เดรโกฉันจะทำตามที่นายบอก” เสียงหวานตอบตกลงง่ายดาย จนร่างสูงนึกแปลกใจ
“แฮร์รี่...”
“หือ...มีอะไรเหรอเดรโก ทำไมทำหน้าเครียดแบบนี้” เสียงใสขานรับพลางมองคนรักอย่างไม่เข้าใจ
ดวงตาสีเทาจ้องมองดวงหน้าหวานของคนรักเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบอกในสิ่งที่อยากบอกมานาน
“เรียนจบแล้วเราแต่งงานกันนะ” ถ้อยคำสำคัญที่เฝ้ารอทำให้แฮรี่หันไปมองคนรักอย่างตกตะลึง ดวงตาสีเขียวใสจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเทาหม่นที่เต็มไปด้วยความรักที่เอ่อท้นออกมาจนร่างบางสัมผัสได้ แววตาที่ทอดมองทั้งมั่นคงและจริงจังเสียจนทำให้แฮร์รี่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ
“นายจะมาเป็นภรรยาของฉันได้มั้ย?...แฮร์รี่”
เดรโกเฝ้ารอคำตอบจากร่างข้างใต้ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก จนในที่สุดแฮร์รี่ก็พยักหน้ารับพร้อมกับตอบรับทั้งน้ำตา
“ตกลงเดรโก...ฉันจะเป็นภรรยาของนาย” รอยยิ้มแห่งความยินดีปรากฏบนริมฝีปากบางก่อนจะถูกประทับด้วยเรียวปากของร่างสูง เหมือนเป็นดั่งสัญญาว่าต่อแต่นี้เขาทั้งสองคนจะเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดไป ความรัก ความห่วงใยจะเกาะเกี่ยวเป็นสายใยแห่งความผูกพันที่ไม่มีวันสูญสิ้น
The End